กรุงเทพฯ 30 พ.ย.-รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการวางแผนและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาระยะสั้นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะมีการหารือถึงกรอบการดำเนินงานแก้ไขปัญหาระยะสั้น เพื่อนำเสนอให้ กยน.ชุดใหญ่ พิจารณาอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ โดยมีกรอบการดำเนินงานตามแผนงานที่ กยน.ตั้งไว้ 3 ส่วน คือ 1.การศึกษาวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และเตรียมมาตรการระยะสั้น ในช่วงเวลา 1-3 เดือน 2.การจัดทำแผนการดำเนินงานตามมาตรการระยะสั้น ในช่วงเวลา 6 เดือน และ 3.การจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำและกรอบการลงทุนด้านการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ ในช่วง 1 ปี โดยยุทธศาสตร์การดำเนินงานแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของ กยน.ที่ได้มีการตกลงกันไว้ จะยึดหลักการและแนวทางปฏิบัติตามแนวพระราชดำริที่ยึดหลักภูมิสังคม การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ใช้หลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ไม่ผูกติดกับตำรา ใช้ธรรมชาติเข้าช่วยธรรมชาติ
ขณะที่การจัดทำแผนระยะสั้น จะมีการวางระบบป้องกันน้ำท่วมรอบนิคมฯ เขตอุตสาหกรรม ชุมชนเมือง และพื้นที่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การชะลอน้ำด้วยระบบแก้มลิง คู และคลองธรรมชาติ การเร่งระบายน้ำด้วยมาตรการด้านผังเมือง การปรับปรุงระบบระบายน้ำในเมือง และการป้องกันด้วยการออกแบบและก่อสร้างเขื่อนพนังกั้นน้ำ รวมทั้งจัดระบบศูนย์เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัย โดยยึดหลักความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด
ส่วนแผนระยะยาว จะมีการจัดทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและกำหนด มาตรการดำเนินการในระยะยาว โดยยึดแนวพระราชดำริ ที่เน้นความพอเพียง กลมกลืนกับธรรมชาติ เน้นกระบวนการมีส่วนรวมของทุกฝ่าย ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่ใช้สิ่งก่อสร้างและไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง โดยมาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างสามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในการทำงานของรัฐ ทั้งเรื่องการพัฒนาเชิงพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมโยงแหล่งน้ำในรูปของโครงข่ายน้ำ การปรับปรุงระบบผังเมืองและการวางผังเมือง ผังภาค และผังประเทศ และกำหนดเขตการใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
การพัฒนาระบบข้อมูลน้ำของประเทศ โดยจัดให้มีคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนและตัดสินใจบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พร้อมปรับปรุงองค์กรด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีเอกภาพ และจัดให้มีแผนการจัดการเตรียมพร้อมรองรับกับกรณีฉุกเฉินจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งประกอบด้วย ด้านการอพยพผู้เดือนร้อน สถานที่ ระบบอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำประปาและไฟฟ้าสำรอง บริหารสุขภาพอนามัยต่าง ๆ ด้วย





