หวั่นอ้อยปีหน้าวูบต่ำสุดรอบ4ปี บาทแข็งปั๋ง-ผลผลิตล้นฉุดราคา โยกล้านกระสอบขายในปท.


23 April 2013

กอน.มีมติโยกน้ำตาล 1 ล้านกระสอบขายในประเทศ รองรับหน้าร้อน น้ำอัดลม-ชาเขียวแข่งดุ หวั่น"บาทแข็งปั๋ง-ผลผลิตล้น"ทุบราคาอ้อยปีหน้าต่ำสุดรอบ 4 ปี เหลือแค่ตันละ 800

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างมากจนแตะระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐส่งผลต่อรายได้ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพราะฤดูการผลิต 2555/2556 ได้ประเมินอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ดังนั้น อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่ส่งออกปีนี้ประมาณ 7.5 ล้านตันจะเสียหายเพราะรายได้จะหายไปหลักหมื่นล้าน เพราะเงินที่แข็งค่าทุก 1 บาท รายได้จะลดลงราว 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกที่ลดลงเหลือประมาณ 18.02 เซนต์ต่อปอนด์จากปีที่ผ่านมาราคาขายอยู่ประมาณ 23 เซนต์ต่อปอนด์ เนื่องจากมีน้ำตาลเหลือในระบบและมีน้ำตาลจากผู้ผลิตทั้งไทย บราซิล อินเดีย จีนเข้าระบบจำนวนมาก เบื้องต้นรายได้รวมทั้งระบบน่าจะอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท ลดลงจากฤดูการผลิต 2554/2555 ซึ่งอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า เงินบาทที่ผันผวนบวกกับราคาตลาดโลกที่ลดลง ยังอาจส่งผลต่อการคำนวณราคาอ้อยขั้นปลาย 2555/2556 ให้หายประมาณ 49 บาทต่อตันอ้อย เพราะปัจจุบันใกล้ปิดหีบแล้ว ขณะที่ราคาอ้อยขั้นต้น 950 บาทต่อตันอ้อย จากต้นทุนที่ชาวไร่อ้อยเรียกร้อง 1,014 บาทต่อตันอ้อย จึงมีส่วนเหลือที่คาดว่าชาวไร่อ้อยจะได้อีก 64 บาทต่อตันอ้อย แต่เมื่อหักกับรายได้ที่ลดลง 49 บาทต่อตันอ้อย ค่าอ้อยขึ้นปลาย จึงอาจเพิ่มขึ้นราว 15 บาทต่อตันอ้อยเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของชาวไร่แน่นอน

นอกจากนี้ สถานการณ์ราคาและค่าเงินยังมีความเสี่ยงอย่างมากต่อราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต 2556/2557 ที่จะเริ่มเปิดหีบปลายปีนี้ โดยราคาอาจลดลงเหลือ 800 บาทต่อตันอ้อย ต่ำสุดในรอบ 4 ปีตั้งแต่สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ฤดูการผลิต 2551/2552 ครั้งนั้นราคาอ้อยเฉลี่ย 700 บาทต่อตัน น่าเป็นห่วงเพราะฤดูการผลิตใหม่นี้เกษตรกรให้ความสนใจปลูกอ้อยมากขึ้น โดยนำที่นาดอนมาปลูกอ้อย เพราะที่ผ่านมาแนวโน้มราคาอ้อยสูงและผลผลิตสูง โดยเฉพาะปีนี้หีบอ้อยสูงเป็นประวัติการณ์คาดว่าจะถึงระดับ 99.5 ล้านตัน

"เห็นชาวไร่อ้อยปลูกอ้อยจำนวนมากทำให้รู้สึกกังวลว่าสถานการณ์ราคาปีหน้าอาจไม่ดี ดังนั้นชาวไร่ต้องระวัง เพราะมีปัจจัยค่าเงินและราคาตลาดโลกเป็นตัวแปรสำคัญ โดยปีหน้าเชื่อว่าผลผลิตอ้อยจะล้นตลาดเพราะประเทศผู้ผลิตจะส่งออกน้ำตาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบราซิล" แหล่งข่าวกล่าว

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) มีมติเห็นชอบให้จัดสรรปริมาณน้ำตาลทรายโควตา ก.(บริโภคในประเทศ)เพิ่มขึ้น ในบัญชีจัดสรรครั้งที่ 2 ฤดูการผลิตปี 2555/2556 เป็น 25 ล้านกระสอบ จากปัจจุบันอยู่ที่ 24 ล้านกระสอบ เนื่องจากปริมาณการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นในช่วงอากาศร้อนบวกกับการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มน้ำอัดลม และน้ำชาเขียวที่อัดแคมเปญอย่างทางการตลาดอย่างหนัก

(ที่มา:มติชนรายวัน 23 เมษายน 2556)

แหล่งข่าว: 

คำชี้แจง

เนื้อหาข่าวที่รวบรวมในเว็บไซต์นี้ เป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด