ผ่าทางตันส่งออกปลาร้า

Submitted by info on Sat, 2009-12-26 00:00

ปลาร้าเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของคนไทย ยอดขายในประเทศสูงถึง 800 ล้านบาทต่อปี ต่อมาได้มีการผลิตปลาร้าเพื่อส่งออก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนไทยในต่างแดน ก่อนขยายวงไปยังกลุ่มผู้อพยพจาก อินโดจีน เช่น ลาว เขมร และเวียดนาม รวมถึงชาวต่างชาติที่อยากลิ้มรสชาติอาหารพื้นเมืองของไทย ราคาขายสูงกว่าในประเทศอย่างน้อย 1 เท่าตัว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ปัจจุบันยังส่งออกได้เพียงปีละ 20 ล้านบาท

เหตุผลเพราะอุปสรรคเรื่องมาตรฐานการผลิต ความสะอาดและความปลอดภัย ซึ่งตลาดต่างประเทศเข้มงวดเรื่องสุขอนามัยอย่างยิ่ง

นายอมร งามมงคลรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จากการสำรวจของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและมาตรฐานแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อทำการวิจัยข้อมูลการบริโภคอาหาร ระบุว่า จากประชากรไทยกว่า 63 ล้านคน จะมีอัตราการบริโภคปลาร้าดิบเฉลี่ย 1.15 กรัม/คน/วัน หรือ 419.75 กรัม/คน/ปี และถ้าคิดเป็นปริมาณการบริโภคทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 26,000 พันตัน/ปี ของประชากรทั้งประเทศ

สำหรับอุตสาหกรรมผลิตปลาร้าเพื่อส่งออกนั้น ปัจจุบัน มีโรงงานขนาดใหญ่รวมไปถึงระดับอุตสาหกรรมครอบครัวมากกว่า 300 แห่ง ตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และประเทศในตะวันออกลาง โดยสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแต่ก็มีปัญหามากที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะสหรัฐอเมริกาเข้มงวดเรื่องความสะอาด ปลอดภัยของสินค้าประเภทอาหารที่จะนำเข้า ปลาร้าไทยจึงเข้าประเทศนี้ได้น้อยกว่าควรจะเป็น

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทราบคือการส่งออกปลาร้าไปต่างประเทศนั้น นอกจากต้องคำนึง ถึงเรื่องความสะอาดแล้ว บรรจุภัณฑ์ต้องเหมาะสมป้องกันกลิ่นได้ดีและต้องแน่นหนาแข็งแรงพอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระหว่างการขนส่ง

นอกจากนี้อุปสรรคสำคัญในการส่งออกปลาร้าคือ ขั้นตอนการขออนุญาตส่งออกนั้นค่อนข้างยุ่งยาก

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกยังอยู่ภายใต้พิกัดน้ำปลาหรือสิ่งปรุงรสอื่นๆ เนื่องจากผู้นำเข้าในต่างประเทศยังมีความ รู้สึกที่ไม่ดีต่อปลาร้า โดยเฉพาะในเรื่องสุขอนามัยในขั้นตอน การผลิต ซึ่งในเรื่องนี้คงต้องอาศัยเวลาในการแก้ไขความเข้าใจให้ถูกต้องต่อไปและต้อง การความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่นในกรณีการส่งปลาร้าไปยังตลาดสหภาพยุโรปจะต้องได้รับใบรับรองจากกรมประมง ก่อน และมีบัญชีรายชื่อที่สหภาพยุโรปให้การรับรอง และควรระวังสารฆ่าแมลงในปลาร้าที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้อีกด้วย

โดยนายอมร กล่าวว่า จากการศึกษาแหล่งที่มาของยาฆ่าแมลง พบสาเหตุ 3 ประการ

ประการแรก มาจากแหล่งน้ำเกิดจากการใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร สารเหล่านั้น เมื่อฝนตกไหลตกลงสู่แหล่งนํ้าอันเป็นที่อยู่อาศัยของปลา ซึ่งในลักษณะนี้มีความเป็นไปได้น้อยที่สุด

ประการที่ 2 มาจากกระบวนการผลิตเนื่องจากผู้ผลิตฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อป้องกันและขับไล่ แมลงวัน ระหว่างที่นำไปตากแดด และประการสุดท้ายมาจากพ่อค้าแม่ค้า ฉีดยาฆ่าแมลง ระหว่าง ที่วางจำหน่ายเพื่อป้องกันแมลงวันมาตอมและวางไข่ ซึ่งสาเหตุ 2 ประการหลังนี้มีความเป็นไปได้สูงสุด

อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกในรูปแบบปลาร้าดิบ ยังไม่สามารถทำตลาดในต่างประเทศได้มากนัก แต่ผลิตภัณฑ์ปลาร้ารูปแบบอื่นๆ เช่น ปลาร้าผง ปลาร้าก้อน หรือน้ำพริกปลาร้า ที่บรรจุในรูปแบบแห้ง หรือกึ่งเหลว กึ่งแห้ง ซึ่งสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ได้ง่ายกว่าก็เป็นช่องทางที่ยังเปิดกว้าง