‘ซีพี’ ชูปรัชญา ‘ไม่ต้องผลิต แต่ขายเป็น’

Submitted by info on Wed, 2010-01-06 13:28

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า “ความเสี่ยง” ของธุรกิจในปี 2553 เรื่องที่เป็นห่วงมากก็คือ ปัญหาการเมือง ที่นักท่องเที่ยวกังวล อีกทั้งทางด้านการ ลงทุนก็มีปัญหามาบตาพุด การแตกแยกของ ประชาชน เรื่องม็อบกีฬาสี เป็นเรื่องน่าห่วง

นอกจากนี้ เรื่องกีดกันทางการค้าของ ประเทศต่างๆ ก็มีมากขึ้น ตั้งแต่ประเทศต่างๆ เปิดการค้าเสรี เป็นต้นมา ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นการเปิดประตูใหญ่ แต่กีดกันประตูเล็ก อย่างเช่น สหภาพยุโรป หรือ EU แต่เดิมไม่เคยมีโควตา พอเปิดเสรี ก็มีระบบโควตาเข้ามา หรืออย่างอเมริกาเอง แต่เดิมเราก็ส่งสินค้าเข้าได้ตามปกติ ส่งได้เป็นจำนวนมาก ไปๆ มาๆ เขาบอกว่าเรา Dumping มีการตั้งกำแพงภาษี ซึ่งไทยเราเองต่อรองไม่เก่ง ไม่เหมือนจีน ที่เขากล้าต่อรอง ใช้ระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน กล้าตอบโต้แบบทันทีทันควัน เรื่องเหล่านี้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทัน ส่วนเรื่องโรคระบาดต่างๆ ก็ยังน่าเป็นห่วงเช่นเดียวกัน ไข้หวัดนกหายไป ตอนนี้มีไข้หวัด 2009 เข้ามาอีก แต่ไทยเราโชคดีที่ไม่แตกตื่นกับโรคระบาดที่เกิดขึ้น การแข่งขันทางการค้าในระดับโลกไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่สำหรับประเทศไทย เพราะสินค้าของเราสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทาง คุณภาพสินค้าเราใช้ได้ อีกทั้งต้นทุนและประสิทธิภาพ ยังอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้

ทางด้านการเปิดเสรีการค้าอาเซียน มองดูแล้วไทยน่าจะได้เปรียบทางการค้าเป็นส่วนใหญ่ เพราะภาคเกษตรของเราแข็งแกร่ง มีศักยภาพดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังต้อง ใช้เวลาในการพัฒนาอีกมาก รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับเรื่องต่างๆ เหล่านี้ให้ชัดเจน ถึงจะสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

“อดิเรก” ทิ้งท้าย ด้วยการเสนอ “ปรัชญา” ทางการค้า มีการแบ่งคนทำธุรกิจเป็น 4 ระดับ คือ 1.ไม่ต้องผลิต แต่ขายเป็น พวกนี้เป็นประเภทดีที่สุด ไม่ต้องเหนื่อยผลิต ขายอย่างเดียว สิงคโปร์ ที่ยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เขาไม่ได้มีอะไร ขายของเป็นอย่างเดียว 2.ผลิตเก่ง ขายเก่ง อย่างนี้เอาตัวรอดได้ 3.ผลิตเป็น ขายเป็น แบบนี้แค่เสมอตัว 4.ผลิต เป็น ขายไม่เป็น อันนี้แย่สุด