นายสุรเดช ปาละวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพันธ์ข้าวจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีเกษตรกรจำนวนมากที่ปลูกข้าวที่มีอายุต่ำกว่า 90 วัน ซึ่งเป็นข้าวที่เป็นอาหารของเพพลี้ยกระโดดได้เป็นอย่างดี และจะทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพิ่มปริมาณขึ้นได้อย่างเร็ว และสร้างความเสียหายให้กับต้นข้าวที่ได้เป็นอย่างมาก และข้าวที่ได้ยังมีคุณภาพไม่ดี
โดยขอให้เกษตรกร หันมาปลูกข้าวที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดี อาทิเช่น ข้าวพันธ์พิษณุโลก 2 พันธุ์ กข 29 พันธุ์ กข 31 และพันธุ์ กข 41 ที่สามารถต้านทานเพลี้ยกระโดดได้ดี เนื่องจากขณะนี้เพลี้ยกระโดดมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและชีววิทยาในการพัฒนา ตัวเองให้มีการดำรงค์ชีวิตอยู่ได้นานขึ้นกับพันธ์ข้าวชนิดต่างๆ
ขอให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการปลูกข้าวที่มีคุณภาพดีอย่าง พันธ์ข้าวปทุมธานี 1 และชัยนาท 1 ที่ในขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมปลูกของเกษตรกรและเป็นข้าวพันธุ์ที่มีคุณภาพ ให้งดการปลูกไว้ก่อน ในพื้นๆที่มีการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพราะไม่สามารถต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ ทั้งที่ข้าวทั้ง 2 พันธุ์นี้เมื่อก่อนเคยสามารถต้านทานเพลี้ยกระโดดได้ แต่ในขณะนี้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีการปรับเปลี่ยนชีวภาพทำให้สามารถทำลาย ข้าวทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ ในพื้นที่ๆมีการระบาดจึงควรหลีกเลี่ยงพันธ์ข้าวนี้ไปก่อน
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาล ที่ผ่านมาได้ทำลายต้นข้าวของชาวนาในจังหวัดพิจิตรไปถึง 400,000 ไร่ และในขณะนี้สถานการณ์เริ่มเบาบางลง เหลือพื้นที่ระบาดในจังหวัดพิจิตรประมาณ 5,000 ไร่


