ตัวแทนร่วมเสนอร่างปฏิรูปเมืองไทย ท้องถิ่นมีส่วนร่วมตัดสินใจทุกด้าน หยุดพัฒนาเอาเปรียบ "ประเวศ"หนุนปฏิรูปที่ดิน กม.ภาษี ตั้งองค์กรหนุนเนื่อง
ผลจากการ ประชุมระดมความคิดเพื่อ หาแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในวันนี้(17 มิถุนายน) เครือข่ายภาคีจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น ธุรกิจเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และภาครัฐได้ร่วมกันเสนอแนะ ความคิดเห็นต่อแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งทุกฝ่ายเห็นร่วมกันในหลักการที่ต้อง”ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามี ส่วนร่วม” ในการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ โดยมีข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปในเชิงประเด็นและเชิงกลไกกระบวนการ ขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศไทย โดยสรุป ดังนี้
ข้อเสนอเชิงประเด็น
1.การบริหารจัดการ/การจัดสรรทรัพยากร
ให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นมีส่วนร่วมตัดสินใจในการจัดการทรัพยากร การแก้ไขปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเองภาครัฐเป็นผู้สนับ สนุน
ศึกษา ผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน
2.อาชีพ/ราย ได้/ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาเศรษฐกิจที่หลากหลาย เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบคนจนและทำลายเศรษฐกิจชุมชน สร้างโอกาสการทำกินของ ประชาชนให้มีความทั่วถึง เป็นธรรม ตั้งแต่โอกาสการเข้าถึง การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชุมชน การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการจัดการทรัพยากรชุมชน ปกป้องวิถีชีวิตชุมชน รวมทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร
กำหนดให้การแก้ไขปัญหาความเหลื่อม ล้ำเป็นวาระแห่งชาติ
3.การศึกษา
การปฏิรูปการ ศึกษา ต้องให้ความสำคัญกับ กระบวนการคิดที่ยอมรับความแตกต่าง ปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องประชาธิปไตย สิทธิและหน้าที่ โดยเฉพาะสำนึกในความเป็นพลเมืองและประเด็นความเหลื่อมล้ำในสังคม การพัฒนา คุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมกัน จัดกระบวนการการเรียนรู้ที่ส่งเสริม การคิดวิเคราะห์และศักยภาพในการใช้ความ คิดในทางสร้างสรรค์ การจัดโครงสร้างหลักสูตรที่เอื้อต่อการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม และการสร้างการเรียนรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทัน
ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรการศึกษา ทุกระดับ มีการเปิดพื้นที่ให้กับเด็กและเยาวชนในการทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการศึกษาต้องตอบโจทย์สังคม และวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย
4.ประเด็น สังคมอื่นๆ
เด็กและเยาวชน
- สร้างพื้นที่ในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างทักษะชีวิตและภูมิคุ้มกัน รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน และเพิ่มช่องทางในการสื่อสาร ความคิดเห็นในการพัฒนาประเทศเพื่อให้สังคมเห็น คุณค่า
- ส่งเสริมจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรม ของคนไทยตั้งแต่เยาว์วัย
การมีส่วนร่วม
- การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ปฏิรูประเทศไทย
- การสร้างโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมของ ประชาชน และสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยเข้าใจถึงเป้าหมายในการสร้างอนาคต ของ ประเทศร่วมกัน
- การเชื่อมความร่วมมือระหว่าง บ้าน วัดและโรงเรียน โดยการสนับสนุนที่สำคัญขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
ความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกันในสังคม
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสวัสดิการสังคมของ ประชาชน เพื่อหลีกเลี่ยงระบบอุปถัมภ์ในสังคม
- ปรับสมดุลของสังคมในทุกด้าน (ด้านรายได้ โอกาส อำนาจ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการจัดสวัสดิการ) ครอบคลุมการจัดสวัสดิการให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การศึกษา การประกอบอาชีพ ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ฯลฯ โดยการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการดูแลสวัสดิการสังคมของประชาชน
- สร้างจิตสำนึกและการทำกิจกรรม เพื่อการเยียวยาให้ผู้ที่มีโอกาสดีกว่า ให้ความช่วยเหลือและสร้างพลังให้กับผู้ด้อยโอกาส ควบคู่กับการออกแบบสังคมและสิ่งอำนวยที่เอื้อต่อกลุ่มคนผู้พิการ
5. การบริหารราชการแผ่นดิน/กฎหมาย
ปฏิรูประบบราชการ ให้มีระบบประเมินผลโดยประชาชน หรือเริ่มใช้กระบวนการจัดการที่เน้นระบบ ที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และทำงานภายใต้จิตสำนึกที่ดีมีความเป็นธรรม
การปฏิรูปกลไกและการตรวจสอบโดย ให้มีการตรวจสอบอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 87(3) ของรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550
แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง/กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจ สู่ชุมชน ท้องถิ่นและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิผลด้วยมาตรฐาน เดียว
ปรับ ปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของกลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจ ของหน่วยงานของรัฐ
ระบบ การบริหารราชการแผ่นดิน (ส่วนภูมิภาค)
- ผู้ว่าราชการ ต้องมาจากการจัดทำประชาคม โดยมหาดไทย เสนอรายชื่อผู้ว่าน ให้ประชาคมจัวหวัดร่วมกันพิจารณาทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งผู้บริหารทุกระดับ ให้นำแนวคิดและความมุ่งมั่นที่จะ ดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาแต่งตั้ง
- การบริหารงบประมาณ จัดให้มีคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ที่ต้องนำแผนชุมชนของพื้นที่ระดับหมู่บ้านมาร่วมจัดทำประชาคมแผนฯ เสนอต่อสภาประชาชนจังหวัดอนุมัติ
- การบริหารพื้นที่เป็นรูปแบบสภา ประชาชน ด้วยสมาชิกของสภาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในจังหวัดเช่น สภาผู้สูงอายุ สภาหอการค้า สภาองค์กรชุมชน สภาอุตสาหกรรม เป็นต้น
- การตรวจสอบการนำ แผนฯ สู่การปฏิบัติ และการควบคุมประเมินผลการดำเนินงานโดยคณะประชาคมร่วมคณะทำงานผ่าน สมัชชาตาม ภารกิจงานของกระทรวงฯ
- การสร้างความรู้ความเข้าใจ ของประชาชนถึงระบบ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีช่องทางเข้าถึงข้อมูลฝ่ายรัฐ เพื่อแก้ปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบ อย่างถูกกฎหมาย
6.การ เมือง/การปกครอง/ประชาธิปไตย
พัฒนาคน ที่จะเข้าสู่อาชีพทางการ เมือง ให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม โดยเริ่มตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่น และเสริมสร้างความโปร่งใสใน ระบบการเมืองการปกครองและความยุติธรรม
การ ปฏิรูปทางการเมือง ให้พรรคการเมืองและนักการเมือง ดำเนินการ
- เปลี่ยนแนวคิด/พฤติกรรมนักการเมือง การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ของข้าราชการที่คำนึงถึงประชาชน, การให้ความรู้แก่ประชาชน/เยาวชน ในเรื่องของการเมือง เช่น การอบรม/แนะนำแนวคิดในการเลือก สส.
-ยก ระดับมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการ เมืองและข้าราชการการเมืองให้เป็น ที่ยอมรับของประชาชน โดยให้มีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 หมวด 13 อย่างเคร่งครัด
- สร้างกลไกระดับพรรคและระดับสมาชิกพรรค ในการควบคุมตรวจสอบพฤติกรรม การปฏิบัติของพรรคและนักการเมืองของพรรคตน เอง ไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์
- มีมาตรการที่เหมาะสม ไม่ให้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองไปสนับสนุน ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมต่อการ เคลื่อนไหวที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานของระบอบ ประชาธิปไตยของมวลชน
ก.ก.ต. หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต้องให้น้ำหนักอย่างสูงกับการสนับสนุน กิจกรรมที่นำไปสู่การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีทักษะ ของสมาชิกพรรคการเมืองหรือประชาชนในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมใน การตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐในทุกระดับ ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ และการใช้อำนาจอนุมัติ
สร้างเสริมให้เกิดระบบการเมืองที่ไม่ พึ่งพิงทุนทางการเมืองของบุคคลหรือกลุ่มทุน แต่ให้พึ่งพิงทุนหรือการสนับสนุนจากรัฐหรือประชาชน
ปลูกฝังค่านิยม สิทธิหน้าที่ของพลเมืองไทยให้กับเยาวชนและประชาชนได้ เข้าถึงแก่นแท้ของระบอบ การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข และปฏิรูประบบประชาธิปไตยให้สอดคล้องกับวิถี ชีวิตในสังคมไทยและจากฐานล่าง ของสังคม
สร้างความรู้ความเข้าใจในวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรง เป็นประมุข โดยการสร้างวิทยากรแกนนำระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดให้อาสาสมัครต้นแบบประชาธิปไตยในแต่ละ อำเภอ และจัดกิจกรรมส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยในระดับหมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นกลไกในการขับเคลื่อน
การสร้างความรู้แก่ประชาชนให้รู้เท่าทันนักการเมือง และการปรับเปลี่ยนวิธีคิดของนักการเมืองที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของ ประชาชน และปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจรัฐ และนายทุนที่แผ่อิทธิพล และนำมาซึ่งการดำเนินการที่ไม่ยุติธรรม และเกิดการคอรัปชั่นที่ทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ปัญหาที่อยู่อาศัย สิทธิชุมชนระดับตำบล
7. สื่อ
- เปิดพื้นที่ให้ภาค ประชาชนเข้าถึงสื่อ ด้วยการมีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมผลิตรายการ เป็นเจ้าของรายการในระดับจังหวัดให้มากขึ้น ไม่ครอบครองผูกขาดความคิดไว้ที่ส่วนกลาง โดยเริ่มนำร่องในจังหวัดที่มีความ พร้อม
- การให้ความรู้และข้อมูลข่าวสาร แก่ประชาชน และสร้างระบบการสื่อสารที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น และนำเสนอข้อมูลข่าวสารจากมุมมองของประชาชน
- ภาครัฐต้องเข้ามากำกับดูแล และผลักดันให้เกิดกฎหมายเพื่อควบคุมและ สร้างให้เกิดสื่อสร้างสรรค์ โดยเฉพาะสื่อสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ ยังขาดภูมิคุ้มกัน เช่นเด็กและเยาวชน
ข้อ เสนอเชิงกลไก/กระบวนการการปฏิรูปประเทศไทย
1. แนวทางการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย ควรยึดหลัก 5 ส. ได้แก่ สันติภาพ : ยึดหลักเมตตาธรรม และนำไปปฏิบัติอย่างจริงใจและจริงจัง โดยปราศจากเงื่อนไขที่นำไปสู่การขัดแย้ง
สามัคคี : น้อมนำแนวพระราชดำรัส รู้รัก สามัคคี และแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
สัตยาบัน : ทุกฝ่ายลงนามข้อตกลงร่วมกัน และประกาศให้สังคมและนานาชาติรับรู้
สื่อ สาร : ทุกฝ่ายเจรจาบนความจริงใจและความเป็นมิตร โดยหาข้อตกลงและบทสรุปร่วมกันส่วนร่วม : ทุกภาคส่วนในสังคม ร่วมคิด ร่วมกำหนดมาตรการ แนวทางและจัดทำแผนปฏิบัติการในการปฏิรูปฯอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม โดยทุกภาคส่วนให้การยอมรับและนำไปสู่การปฏิบัติ
2. เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทยทุกระดับ ทั้งระดับตำบล เมืองจังหวัด ให้มีทั้งเวทีหารือแนวทางปฏิรูป และปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาชุมชนท้องถิ่นควบคู่กันไป โดย
- จัดเวทีปฏิรูปและนำเนื้อหา/ข้อเสนอจากเวทีเครือข่ายต่าง ๆ ที่จัดอยู่แล้วในระดับชุมชนมาเป็นแนวทางในการปฏิรูป เช่น สภาองค์กรชุมชน เครือข่ายงานพัฒนาเชิงพื้นที่/ประเด็นต่าง ๆ
- สร้างความรู้ความเข้าใจ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างความรักและ สามัคคี และการดูแลในชุมชน โดยการจัดประชุมในภาคประชาชน ชุมชน NGOs
- สร้างความตระหนักและเข้าใจถึงการพัฒนาชุมชนโดยชุมชนเพื่อชุมชน สร้างแผนแม่บทชุมชน และการใช้แผนชุมชนเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
- ใช้แนวทางธุรกิจเพื่อสังคมและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสังคม เป็นตัว เชื่อมของคนที่ด้อยสิทธิในสังคม กับบุคคลที่เป็นชนชั้นนำในสังคม และเป็นการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในระดับหมู่บ้าน
- ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นจากฐานล่างในระดับตำบลหมู่บ้าน โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของชุมชนในการพัฒนาสู่ความยั่งยืนและส่ง เสริมให้ ชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ โดยการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม และมีความสมดุลทั้งศก. จิตใจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง การศึกษา สุขภาพ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
3. จัดกลไกที่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุก ฝ่ายอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุน ไม่เข้าไปทำเอง แต่ทำในส่วนที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง
4. เสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีเชิญผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาช่วยคิด ช่วยดูแลการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย ได้แก่ ท่านอานันท์ ปันยารชุน อ.ประเวศ วะสี อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นต้น
ราษฎรอาวุโส หนุนใช้วิกฤตปฏิรูปที่ดินสร้างมาตรการภาษี
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์ภายหลังการบรรยายเรื่องการปฏิรูปว่า เราทำกันมานานแล้วกว่า 10 ปี โดยต้องการแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ และความเป็นธรรมในสังคม และเรื่อง ศีลธรรมคือการเคารพศักดิ์ความป็นคน อย่างเท่าเทียมกันแต่ที่ผ่านมาสังคมไทย ไม่เคยเคารพตรงนี้เราจึงต้องปฏิรูป ตนเคยบอกมาตลอดว่าจะหนีการนอง เลือดไม่พ้นซึ่งก็เป็นจริง และวันนี้พอมีวิกฤตก็จึงเกิดกระแสการ ปฏิรูปขึ้น โดยข้อเสนอที่จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำของสังคมก็มี อาทิ การจัดสรรพื้นที่ทำกินที่ควรจัดให้ประชาชนมีที่ทำกินให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรการทางภาษี เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าทางราย ได้ในสังคมที่มากเกินไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การสร้างรัฐสวัสดิการเช่นการปฏิรูปที่ดิน หรือมาตรการทางภาษีสามารถทำได้จริงหรือไม่ ศ.นพ.ประเวศกล่าวว่า ในสภาวะปกติไม่สามารถทำได้เลย เราต้องไปดูประวัติศาสตร์ว่าที่ผ่านมาทำ ไม่ได้ เพราะยากที่คนรวยจะให้มีการปฏิรูปที่ดินและมาตรการทางภาษี การจะทำได้ก็มีเงื่อนไขคือบ้านเมืองมีภาวะวิกฤติ หากไม่ใช่วันนี้ก็ทำไม่ได้อีกแล้ว เป็นโอกาสที่นาน ๆ จะทำได้สักครั้ง
ศ.นพ.ประเวศกล่าว ว่า เราต้องแยกว่าเรื่องปฏิรูปไม่ใช่เรื่องเดียวกับการปรองดอง แต่การปฏิรูปเป็นการมองไปข้างหน้าและเดินไปข้างหน้า และทำในสิ่งใหม่ เพราะการแก้ปัญหาเป็นที่รู้กันว่าเป็นเรื่องยากยิ่งแก้ก็ยิ่งทะเลาะ กัน การแก้เป็นเรื่องยากมาก แต่การทำสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า เยอะ ส่วนเรื่องการปรองดองนั้นเป็นกระบวนการแสวงหาความจริง
ผู้ สื่อข่าวถามถึงความจริงใจของรัฐบาล ในการทำเรื่องนี้ ศ.นพ.ประเวศกล่าวว่า ตนจะไม่พูดเรื่องนี้ เพราะตนผ่านมาแล้วหลายรัฐบาล ตนจะพูดเพียงแค่เราทำงาน เราคงไม่รอให้นักการเมืองบริสุทธิ์แล้วค่อยทำ เพราะเราต้องสร้างกลไกที่เลย รัฐบาลไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดรัฐสวัสดิการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้หรือไม่ ศ.นพ.ประเวศกล่าวว่า การจัดทำรัฐสวัสดิการทำให้ประชาชนมีอำนาจ แต่ไม่เพียงจะเป็นรัฐสวัสดิการเท่านั้น เราต้องออกแบบสังคมสวัสดิการให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะรัฐสวัสดิการบางครั้งใกล้เคียงกับประชานิยมซึ่งไม่ได้แก้ปัญหา อะไรซ้ำ ยังทำให้เกิดปัญหา และวันนี้ประชาชนก็กำลังเสพติดประชานิยม เมื่อไม่ได้ก็ลงแดง
ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ภาคสังคมควรเร่งสร้างกลไกในการปฏิรูป โดยมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน แต่กลไกต้องเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่มีภาครัฐ หรือการเมืองมาครอบงำ ซึ่งสามารถทำได้ โดยจัดตั้งเป็นมติครม. หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีคณะทำงานแก้ปัญหา โดยอาจจะเป็นรูปแบบองค์กรที่ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐแต่รัฐต้องสนับสนุนทรัพยากร
"แต่มาตรการเฉพาะหน้าภายใน 3-4 เดือนนับจากนี้ต้องมีมาตรการสร้างความ เป็นธรรม นอกจากนี้ต้องมีมาตรการแก้ปัญหาที่เข้มข้นและแรงพอที่จะสร้างความ เป็นธรรม กับสังคมได้ เช่น มาตรการทางภาษี การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น การสร้างสังคมสวัสดิการ ระบบยุติธรรม และระบบการศึกษา เป็นต้น ซึ่งกลไกเหล่านี้จะมีความยั่งยืน แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ก็ ตาม" นายแพทย์ประเวศ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งเป็นปัญหาหรือไม่ ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า ยอมรับว่าการเลือกตั้งก่อให้เกิดความรุนแรง การเลือกตั้งเป็นรูปแบบหนึ่งแต่ไม่ใช่สาระ พอการเลือกตั้งเป็นกลไก ก็จะกลายเป็นกลโกง มีการทุ่มเงินซื้อ แต่การแก้ปัญหาทำได้โดยการกระจาย อำนาจ เพราะเมื่อกระจายอำนาจแล้ว การทุ่มซื้อก็จะประสบผลสำเร็จน้อยล งการลงทุนไม่คุ้มค่า นักลงทุนก็จะไม่เข้ามาเพราะเข้ามาไม่มีผลประโยชน์ มีแต่หน้าที่


