"ข้าว"ร่วงหนัก ม็อบก่อหวอด กดดันรัฐบาล

Submitted by info on 22 เม.ย. 2010

ม็อบแดงเบรกโรดโชว์ขาย ข้าว ทำตลาดภายในชะงัก ราคาข้าวเปลือกตกรูดแตะ 5,000 บาท/ตัน ส่งผลให้สมาคมชาวนาไทยต้องออกมาทำหนังสือถึงรัฐบาล รีบเข้ามาพยุงราคาข้าวด่วน ไม่อย่างนั้นมีสิทธิเจอม็อบชาวนาอีกระลอก

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเข้ามาถึงสถานการณ์ราคาข้าวภายในประเทศหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ราคาข้าวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปรับลดลงมาถึงตันละ 1,000-1,500 บาท เนื่องจากไม่มีออร์เดอร์รายการใหญ่ เข้ามาภายในประเทศ ประกอบกับรัฐบาลยังมีข้าวเหลืออยู่ในสต๊อกเป็นจำนวนมาก จึงถูกผู้ซื้อกดราคาลง ส่งผลให้ชาวนาไม่สามารถขายข้าวได้ถึงตันละ 10,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้

ส่งผลให้นายประสิทธิ บุญเฉย นายก สมาคมชาวนาไทย ต้องออกมาเคลื่อนไหว โดยในวันที่ 20 เมษายนสมาคมทำหนังสือ ไปยังรัฐบาล 3 ฉบับ ให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี, นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี และนาง พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร้องเรียนให้รัฐบาลเข้ามาดูแลปัญหาราคาข้าวเปลือกในประเทศตกต่ำ

เพียง ระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังจากปิดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ข้าวเปลือกเจ้า 5% ลดลงตันละ 2,000 บาท โดยเกษตรกรสามารถขายข้าวแห้ง ความชื้น 15% ราคา 7,000 บาท ความชื้น 20% (ข้าวสด) ราคา 5,000 บาท หรือหากเป็นข้าวสารลดลงตันละ 1,000 บาท จากราคาตันละ 14,000 บาท เหลือตันละ 12,000-13,000 บาทเท่านั้น ซึ่ง "ต่ำกว่า" ราคาตลาดอ้างอิงรอบปัจจุบันที่กำหนดไว้ที่ 9,180 บาท ซึ่งเมื่อรวมรายได้จากการนำข้าวไปขายและเงินที่จะได้รับชดเชยจากรัฐบาลแล้ว เท่ากับเกษตรกรได้เงินไม่ถึงตันละ 10,000 บาท

"รัฐบาลต้องเร่งแก้ ปัญหาให้เกษตรกรโดยด่วนเพราะเกษตรกรหลายพื้นที่ เช่น กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, สุโขทัย, พระนครศรีอยุธยา เริ่มเดือดร้อนกันแล้ว แต่จะออกมารวมตัวกันมากก็กลัวถูกนำไปโยงกับการเมือง แต่ตอนนี้เงินชดเชยได้แค่ตันละ 800 บาท ขายข้าวได้ 7,000 บาท ถ้าราคาตลาดลงอย่างนั้นรัฐบาลต้องชดเชย 3,000 บาท ไม่ใช่ตั้งราคาอ้างอิงโดยเอาราคาย้อนหลังจากไหนก็ไม่รู้ รวมกันแล้วไม่ถึง 10,000 บาท เราไม่ได้กำหนดเวลา แต่ขอให้รัฐบาลรีบลงมาดูแลด่วน ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงมีคนที่ไม่พอใจออกมาร่วมประท้วงอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้" นายประสิทธิกล่าว

ส่วนมาตรการยกระดับราคาตลาด โดยเฉพาะโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อที่ผ่านมาไม่ได้ผล เพราะถึงจะมีชื่อโรงสีเข้าร่วมมากแต่ไม่มีการซื้อขายข้าวจริง เนื่องจากโรงสีกลัวเงื่อนไขรัฐบาลไม่บอกชัดเจนว่า จะให้เก็บข้าวไว้นานเท่าไหร่ จะให้สีแปรหรือไม่ แค่โรงสีซื้อข้าวของตัวเองก็เต็มโกดังแล้ว จึงไม่มีคนซื้อข้าวจากเกษตรกร

แหล่งข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทยกล่าวว่า ราคาข้าวเปิดซื้อขายหลังเทศกาลสงกรานต์ปรับลดลงอย่างมาก ตันละกว่า 1,000-1,500 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 5% สด (ความชื้นสูง) ซื้อที่ราคาตันละ 5,200-5,300 บาท ส่วนข้าวแห้งซื้อราคาตันละ 6,000-7,000 บาท หรือคิดทอนเป็นข้าวสารจะอยู่ที่ 12,000-13,200 บาท จากช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์จะซื้ออยู่ที่ตันละ 14,000 บาท สาเหตุที่โรงสีต้องปรับ ลดราคาซื้อลงเพราะโรงสีถูกผู้ส่งออกกดราคารับซื้อข้าวสาร ทำให้โรงสีต้องลดราคาซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาลงมาเป็นทอด ๆ

"ผู้ส่งออกไปขายให้ต่างประเทศก่อน สงกรานต์ยังทรงอยู่ที่ 14,000 บาท หรือตันละ 430 เหรียญสหรัฐ แต่พอเปิดมาผู้ส่งออกจับราคาลง (ลดราคาซื้อ) มาที่ 13,200 บาท และมีแนวโน้มที่จะลงไปถึง 12,000 บาท หรือราว 380 เหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับราคาข้าวเวียดนาม แต่ปัญหาคือข้าวไทยพื้นดีกว่าข้าวเวียดนาม ต้นทุนสูงกว่า แต่ผู้ซื้อต่างประเทศเก็งว่า รัฐบาลไทยยังคุมสต๊อกจำนวนมาก 5-6 ล้านตันไว้ไม่ไหวและต้องระบาย ในที่สุดจึงชะลอการรับซื้อข้าวออกไป ผู้ส่งออกก็ต้องเสนอขายในราคาต่ำลงไปเรื่อย ๆ เช่น ราคาตลาดตอนนี้ 13,000 ก็อาจจะเสนอขาย 12,000 บาท"

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการประกันรายได้ที่ไม่ได้แก้ ปัญหาการดูดซัพพลาย "ส่วนเกิน" ของข้าวออกจากตลาด โดยขณะที่ผลผลิตข้าวนาปรังได้ทยอยออกมาราว 30% จากประมาณที่คาดการณ์ 8.3 ล้านตัน ซึ่งจะทยอยออกไปเรื่อย ๆ จนถึงเดือนกันยายนนี้ หากรัฐบาลไม่มีมาตรการในการพยุงราคาก็จะทำให้ราคาข้าวในตลาดลดลงไปอีก และเสี่ยงที่จะเกิดการชุมนุมประท้วงมากขึ้น เพราะชาวนาไม่พอใจราคาข้าวขาลงซึ่งให้ประโยชน์น้อยกว่าราคาข้าวขาขึ้น

ส่วน กรณีการเดินสาย "โรดโชว์" ขายข้าวของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มีกำหนดจะเป็นผู้นำคณะข้าราชการกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนเพื่อเดินทางไป เจรจาขาย ข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลในลักษณะรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) นั้นปรากฏต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง

ด้าน น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ซื้อต่างประเทศชะลอการสั่งซื้อข้าวใหม่ ส่วนผู้ซื้อที่ทำสัญญาซื้อขายไปแล้วก็ขอยกเลิกสัญญากับผู้ส่งออกหลายราย สาเหตุจากทิศทางราคาข้าวทั้งในประเทศ และในตลาดโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ราคาข้าวขาว 5% ส่งออก เอฟโอบีอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้ผู้ส่งออกต้องลดราคาซื้อข้าวจากโรงสีตามกลไกการตลาด หากโรงสีรับไม่ไหวก็จะต้องหยุดขาย

"แนวโน้มราคายังทรงตัวและมีโอกาส จะลดลงไปอีก เพราะผลผลิตธัญพืชในต่างประเทศปีนี้ค่อนข้างสูง ความต้องการบริโภคข้าวลดลง ผู้ซื้อหันไปบริโภคข้าวสาลี ซึ่งมีราคาต่ำกว่าข้าวถึงตันละกว่า 100 เหรียญสหรัฐแทน ส่งผลให้ราคส่งออกข้าวลดลงทั่วโลกทั้งเวียดนาม สหรัฐ ไม่เพียงเฉพาะไทยเท่านั้น รัฐบาลหันกลับมาเร่งประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวโดยเร็วที่สุด" น.ส.กอบสุขกล่าว