วิจัยสารชีวภาพสะดุด เหตุจากประกาศคุม 13 พืชสมุนไพร

Submitted by info on Fri, 2009-02-20 00:00

กานต์ดา บุญเถื่อน
สำนักข่าวเนชั่น 18 ก.พ. 52

งานวิจัยด้านสารสกัดหรือสารชีวภาพจากสมุนไพร ส่อแววสะดุดเหตุจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ขึ้นทะเบียน 13 พืชสมุนไพรเป็นวัตถุอันตราย

ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า โครงการนวัตกรรมดีไม่มีดอกเบี้ย อนุมัติวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จากวงเงินสินเชื่อ 27 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีให้แก่บริษัท วสันต์ โปรดักส์ จำกัด สำหรับต่อยอดโครงการวิจัยสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง ในการสร้างโรงงานผลิตสารสกัดสะเดาเชิงธุรกิจ กำลังการผลิต 27,000 ลิตร/ปี (100 ลิตร/วัน)

โครงการผลิตสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง จะเพิ่มทางเลือกในด้านปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ในการปรับเปลี่ยนจากเกษตรเคมีเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ คาดว่าสารสกัดจากสะเดาที่ได้จากโรงงานต้นแบบ จะทดแทนการนำเข้ายาปราบศัตรูพืชที่มูลค่าสูงถึง 1,900 ล้านบาทต่อปี

“แต่การประกาศขึ้นทะเบียนสมุนไพรไทย13 ชนิดเป็นวัตถุอันตราย เกรงว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างเช่น การลงทุนเกี่ยวกับสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดที่ขณะนี้ต้องหยุดชะงัก เพื่อรอความชัดเจนหรือการแก้ไขจากกระทรวงอุตสาหกรรม" ดร.ศุภชัย กล่าว

ผู้ดูแลควรหาวิธีการอื่นในการควบคุมสมุนไพรทั้ง 13 ชนิด มากกว่าการประกาศให้เป็นวัตถุอันตราย เพราะฤทธิ์ที่อ้างว่าอันตรายจะเป็นด้านฤทธิ์การฆ่าแมลง และควรเอาผิดจากกระบวนการผลิตปลายทาง ที่สามารถตรวจหาสารเคมีห้ามใช้ได้ง่ายกว่ากระบวนการผลิตต้นน้ำ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมและกรมวิชาการเกษตร ประกาศขึ้นทะเบียนสมุนไพรไทย13 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายประเภท 1 ที่ควบคุมเฉพาะการนำสมุนไพรไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและทำเพื่อการค้า เพื่อคุ้มครองเกษตรกรให้พ้นการถูกหลอกขายยาฆ่าแมลงและปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตจากสมุนไพร 13 ชนิด เช่น สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรืองและพริก เป็นต้น

ด้าน รศ.ดร.อัญชลี สงวนพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ให้การสนับสนุนทางวิชาการในโครงการผลิตสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นผู้เสนอเรื่องดังกล่าวควรนำคำประกาศกลับไปพิจารณาอีกครั้ง ก่อนที่จะประกาศว่าสมุนไพรทั้ง 13 ชนิด อันตรายต่อร่างกายอย่างไร เพราะพืช 6 ใน 13 ชนิด เป็นพืชที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค

จากข้อมูลในตำราต่างๆ ประกอบกับการศึกษาวิจัย พบว่าสะเดา ขมิ้นชัน ขิง ข่า พริกและคึ่นฉ่าย เป็นพืชที่มีความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่เป็นพิษภัยต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะสะเดากับขมิ้นชัน สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (ไอโฟม) ในกรุงเจนีวา รับรองว่าสามารถนำไปใช้ด้านเกษตรอินทรีย์ได้อย่างปลอดภัย

ส่วนสมุนไพรตามประกาศ ที่ควรหลีกเลี่ยงในการใช้เป็นพืชอาหารมากที่สุดคือ กากเมล็ดชาและดองดึง ซึ่งที่ผ่านมามีการนำเข้ากากเมล็ดชาโดยผู้ประกอบการ 4-5 บริษัท เพื่อผสมในอาหารสัตว์สำหรับเพิ่มโปรตีน อาจส่งผลให้ระบบการย่อยของสัตว์เกิดความผิดปกติ