อาเจียน-ตายทุรน กินแตงโมสงสัยสารพิษตกค้าง


8 July 2004

สยองหนุ่มพัทยาแค่2ชม.ออกฤทธิ์ล้อมคอกนร.จู๊ดสธ.เข้มครัวร.ร.

อนาถชีวิตหนุ่ม 19 กินแตงโมตาย เผยมีอาชีพขายขนมหวานและลูกชิ้นทอดในเมืองพัทยา ต่อมามีอาการจุกบริเวณหน้าท้องหลังไปกินแตงโม จึงกลับไปนอนพักที่บ้านไม่นานอาเจียนอย่างหนัก ญาตินำส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตระหว่างทาง สันนิษฐานอาจไปกินแตงโมที่มีสารพิษ ตร.ส่งศพสถาบันนิติเวชฯผ่าพิสูจน์ ส่วนกรณีเด็กอนุบาลเมืองปทุมท้องร่วงและอาเจียน ชี้อาจมาจากนมและอาหารทอดที่ค้างคืน "หน่อย"สั่งการประสานศธ. จัดระเบียบครัวโรงเรียน บังคับทุกแห่งต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ชี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 5 ก.ค. พ.ต.ท.ธวัชชัย ครองกระโทรก สารวัตรเวรสอบสวน สภ.อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลบางละมุงว่า มีผู้ป่วยถูกส่งตัวมารักษา แต่ได้เสียชีวิตระหว่างทาง โดยไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง

ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นายสุรพงษ์ แคล้วกลาง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/18 ม.11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สภาพศพนอนหงายอยู่บนเตียง ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด

นายศร แคล้วกลาง อายุ 47 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายขนมหวานและลูกชิ้นทอดให้กับประชาชนและนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา 4 โดยวางแผงขายอยู่บริเวณหน้าวัดหนองใหญ่ ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง โดยนายสุรพงษ์ ลูกชายจะมาช่วยขายของเป็นประจำทุกวัน และแม้ว่าลูกชายจะมีรูปร่างอ้วน แต่สุขภาพก็แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิต ได้ออกไปช่วยขายของตามปกติ แต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. นายสุรพงษ์ได้บ่นว่ามีอาการจุกที่บริเวณหน้าท้อง เนื่องจากไปกินแตงโมมา จึงขอตัวกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. นายสุรพงษ์ได้อาเจียนอย่างหนัก โดยมีเศษแตงโมออกมาจำนวนมาก จึงได้รีบนำตัวส่งมารักษา แต่ก็เสียชีวิตระหว่างทาง

นายศร กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบว่า ลูกชายไปกินแตงโมมาจากไหน แต่คาดว่าสาเหตุที่นายสุรพงษ์เสียชีวิต น่าจะมาจากการกินแตงโม โดยอาจจะมีสารพิษตกค้างอยู่ในแตงโม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับแพทย์โรงพยาบาลบางละมุง ยังไม่ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพเข้าสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันได้มีการตรวจสอบตามโรงพยาบาลในเขตเมืองพัทยา ไม่พบว่ามีผู้ป่วยเข้ามารักษาตัวในลักษณะเดียวกันกับนายสุรพงษ์แต่อย่างใด

วันเดียวกัน ที่กระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีเด็กนักเรียน ร.ร.อนุบาลแย้มสะอาด ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่รับประทานอาหารกลางวันเป็นพิษ จนเป็นเหตุให้นักเรียนจำนวน 102 คน ต้องไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลว่า ตนได้สั่งการไปยังสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้ประสานงานร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถึงมาตรการในการตรวจสอบมาตรฐานโรงอาหารและวิธีการในการปรุงอาหารของโรงเรียนทั่วประเทศ โดยจะต้องให้ความเข้มงวดทั้งในเรื่องความสะอาด และการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมทั้งให้มีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ประกอบอาหารในบางพื้นที่ที่ยังมีการดูแลที่ไม่ดีเท่าที่ควร

คุณหญิงกษมา กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เกิดกับโรงเรียนเอกชนบ่อยครั้งอาจเป็นเพราะโรงเรียนเอกชนมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น อีกทั้งโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่จะจัดอาหารให้เด็กเอง ในขณะที่โรงเรียนของรัฐบาลจะให้เด็กซื้ออาหารตามร้านที่โรงเรียนจัดไว้ จึงทำให้โรงเรียนเอกชนมีโอกาสเกิดเหตุการณ์แบบนี้สูงขึ้นกว่าโรงเรียนรัฐบาล ส่วนเหตุการณ์ที่ ร.ร.อนุบาลสวนแพรกษา จ.สมุทรปราการ นั้น ตนยังไม่ได้รับการยืนยันว่า เป็นฝีมือของครูวางยาเด็กหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายสุรเทพ ตั๊นประเสริฐ เลขาธิการ สช. กล่าวว่า จากที่ตนได้รับสาเหตุน่าจะมาจากที่เด็กดื่มนมหมดอายุ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขก่อน ทั้งนี้ที่ผ่านมา สช. ได้ร่วมกับกรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพฯ ตามโครงการความปลอดภัยด้านอาหารในโรงเรียน หรือ อย.น้อย ไปแล้วตั่งแต่วันที่ 4 ก.ค. โดยมีโรงเรียนที่เข้าอบรมทั้งหมด 100 โรงเรียน ซึ่งต่อไป สช.จะเปิดอบรมให้กับโรงเรียนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั้งประเทศ โดยจะเน้นย้ำให้โรงเรียนตระหนักกับการจัดอาหารนักเรียนที่มีคุณภาพ ปลอดจากสารพิษและสิ่งเจือปน นอกจากนั้นตนเห็นว่าโรงเรียนควรที่จะจัดตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อรับผิดชอบงานในด้านโภชนาการของโรงเรียนโดยตรง

ขณะเดียวกัน นายวิจิตร วิชัยสาร ผวจ.ปทุมธานี มีคำสั่งให้ทางโรงพยาบาลแพทย์รังสิตและสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ให้ตรวจสอบหาสาเหตุของอาการอาเจียนและปวดท้องของเด็กนักเรียนโรงเรียนแย้มสะอาด พร้อมกับเก็บตัวอย่างอาหารกลางวันของโรงเรียน เช่น นม ผลไม้ น้ำดื่ม และเก็บอาเจียนของเด็กนักเรียนที่มีอาการป่วย เพื่อตรวจสอบหาสารปนเปื้อนในอาหาร เบื้องต้นยังไม่ทราบผล คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน รวมทั้งส่งตัวอย่างอาหารไปตรวจสอบที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนแย้มสะอาดได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังจากนอนรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ แต่ยังมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถมาโรงเรียน ขณะเดียวกันทางโรงเรียนได้จัดอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนตามปกติ แต่สั่งงดไม่ให้นักเรียนดื่มนม และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำภายในถังน้ำดื่ม

วันเดียวกัน น.พ.ชาตรี บานชื่น ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคจากสำนักระบาดวิทยาจำนวน 6 คน ได้เดินทางไปที่ ร.พ.แพทย์รังสิต เยี่ยมอาการเด็กนักเรียน โรงเรียนแย้มสะอาด ที่เกิดอาการอาเจียนท้องเสียหลังกินข้าวเที่ยงที่โรงเรียน แต่พบว่าเด็กทั้งหมดหายเป็นปกติกลับบ้านได้แล้ว

น.พ.ชาตรี กล่าวว่า จากการสอบสวนโรคในเบื้องต้น อาหารที่เด็กรับประทานเข้าไปในวันดังกล่าวประกอบด้วย ปลาน้ำดอกไม้ทอด แกงจืดฟักใส่ไก่กับเห็ดหอมและแตงโม พบอาหารที่น่าสงสัยและน่าจะเป็นต้นเหตุ คือปลาน้ำดอกไม้ทอด เนื่องจากเก็บค้างคืน ซึ่งแม่ครัวได้ทอดทิ้งไว้เมื่อเย็นวันที่ 4 ก.ค. และนำมาเป็นอาหารกลางวันวันที่ 5 ก.ค. ส่วนแกงจืดฟักใส่ไก่กับเห็ดหอมนั้นไม่น่ามีปัญหาเนื่องจากผ่านการต้มเดือดและมีฝาปิดภาชนะอย่างมิดชิด ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เก็บอาหาร ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 2 วัน

"ขณะนี้พบว่าเกิดปัญหาอาหารเป็นพิษในเด็กนักเรียนบ่อยๆ จึงขอความร่วมมือให้ทางโรงเรียนกวดขันความสะอาดโรงครัวของโรงเรียนรวมทั้งสภาพแวดล้อมและสุขภาพของผู้ปรุงอาหารอย่างจริงจังด้วย หากโรงเรียนใดต้องการปรับปรุงโรงครัวขอให้ประสานงานได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเพื่อปรับสภาพให้เหมาะสมต่อไป" น.พ.ชาตรี กล่าว

น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการ อย.กล่าวว่า สำหรับในการแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในอาหารในโรงเรียนทั่วประเทศ ทางอย.จะประสานกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตอาหารของโรงเรียนให้ได้มาตรฐานไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพนักเรียนต่อไปโดยเร็ว

ด้านนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ถือว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสต่อไปครัวของทุกโรงเรียนทั่วประเทศจะต้องได้มาตรฐานเรื่องของความสะอาด ตั้งแต่ภาชนะปรุงอาหาร ผู้ปรุงอาหารและอาหารที่ทำแล้ว จะควรมีการตรวจสอบว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ โดยจะบังคับใช้กับทุกโรงเรียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนจะได้ไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

น.พ.สมทรง รักษ์เผ่า อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า หากส่งตัวอย่างอาหารและอาเจียนของเด็กนักเรียนมาให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจ ประมาณ 24 ชั่วโมง น่าจะรู้ผลว่าเป็นเชื้อโรคชนิดใด ซึ่งจากอาการที่ปรากฏ คือ เด็กท้องเสียและอาเจียนด้วยนั้น ตัวที่น่าสงสัยเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Staphyllococus Aureus Toxin เพราะถ้าเป็นแบคทีเรียชนิดอื่นถ้าปรุงสุกแล้วเชื้อจะตายหมด

แหล่งข่าว: 

คำชี้แจง

เนื้อหาข่าวที่รวบรวมในเว็บไซต์นี้ เป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด