สัมภาษณ์พิเศษ - น.พ.วิชัย โชควิวัฒน กับงานใหม่-งานยาก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก

Submitted by info on Sat, 2004-03-20 00:00

เป็นอย่างไรบ้าง มาเป็นอธิบดีกรมนี้เกือบปีครึ่งแล้ว

ต้องยอมรับว่าการทำงานในกรมนี้ยากกว่าที่เคยทำมาในที่อื่น ที่จริงผมผ่านงานแทบทุกระดับในกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในส่วนภูมิภาค และส่วนกลางมาแล้ว เช่น ในส่วนกลางเคยเป็นทั้งผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านสาธารณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ ผู้ตรวจราชการกระทรวง

และก่อนมาอยู่กรมนี้ได้เป็นเลขาธิการ อย. อยู่สองปี ซึ่งนับว่างานยากมากและหนักมาก พอมาอยู่กรมนี้ซึ่งเป็นกรมเล็กๆ กลับพบว่าทำงานยากกว่ามาก

: ท่านผ่านงานมามาก มาอยู่กรมเล็กๆ น่าจะทำงานง่ายกว่า สบายกว่า

ความยากอยู่ที่ ประการแรก กรมนี้เป็นกรมตั้งใหม่ จึงไม่มีความพร้อม ขาดทั้งสถานที่ทำงาน ซึ่งผ่านมาเกือบปีครึ่งแล้วก็ยังเป็นปัญหา ขาดทั้งบุคลากรโดยเฉพาะปีแรก

ประการที่สอง ตัวงานที่รับผิดชอบทั้งการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและการแพทย์พื้นบ้าน ล้วนมีทฤษฎีพื้นฐานที่แตกต่างเกือบจะสิ้นเชิงกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ จึงยากมากแก่การพิสูจน์และพัฒนา

ประการที่สาม บุคลากรที่ค่อยๆ โอนย้ายมาทำงานส่วนมากขาดพื้นฐานในงานใหม่ แต่มีความตั้งใจและมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการเรียนรู้งานใหม่และหล่อหลอมเพื่อสร้างค่านิยมร่วมและวัฒนธรรมองค์กรใหม่

: มีพื้นฐานด้านการแพทย์แผนไทยมาก่อนหรือไม่

ผมเรียนมาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่มีความสนใจเรื่องไทยๆ มานานแล้ว ผมศึกษาเรื่องการแพทย์แผนโบราณของไทยมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ที่ศิริราช เพราะมีโอกาสเป็นลูกศิษย์ ท่านอาจารย์นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ ซึ่งเป็นบูรพาจารย์ที่ได้ศึกษาและฟื้นฟูการแพทย์แผนโบราณของไทยอย่างนักปราชญ์ และอย่างนักวิทยาศาสตร์ ที่เข้าถึงแก่นแท้ของศาสตร์และความเป็นไทยอย่างแท้จริง

ผมมีโอกาสอ่านงานของอาจารย์ และอ่านจารึกวัดโพธิ์ จารึกวัดราชโอรสตั้งแต่สมัยเรียนแพทย์ที่ศิริราชเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว และได้เป็นอาสาสมัครให้อาจารย์หมออวยทดสอบสมุนไพรโดยต้องกลืนสายยางลงกระเพาะดูดเอาน้ำย่อยออกมาวัดการเปลี่ยนแปลงของกรดในกระเพาะก่อนและหลังกินน้ำละลายพริกเข้าไป

เมื่อมีการสัมมนาเพื่อฟื้นฟูการแพทย์แผนโบราณของไทยครั้งใหญ่ที่ศิริราช เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม พ.ศ.2522 ผมก็มีส่วนร่วมในการจัดสัมมนาครั้งนั้นด้วย

: ช่วงที่ผ่านมามีผลงานที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้าง

งานของกรม แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และการแพทย์ทางเลือก งานหลัก คืองานการแพทย์แผนไทย ซึ่งบุคลากรและงบประมาณกว่าครึ่งอยู่ในส่วนนี้

ต้องทราบว่า การแพทย์แผนไทยของเราถูกทอดทิ้งมาเกือบ 90 ปีแล้ว คือเราเลิกสอนการแพทย์แผนไทยที่ศิริราชเมื่อ พ.ศ.2458 ต่อมาเรามีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว

แม้ปัจจุบันการแพทย์แผนไทยดูจะบูมมากโดยเฉพาะเรื่องการนวดไทย แต่เมื่อดูภาพรวมแล้ว สัดส่วนการใช้ยาไทยทั้งในโรงพยาบาลและในตลาดยาทั่วไป พบว่ามีแค่ 1-2% เท่านั้น สาเหตุหลักเพราะแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขของไทยเรียนมาตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่มีความเชื่อถือยาไทย

ยาไทยเองส่วนใหญ่ยังขาดการพิสูจน์ทั้งทางด้านสรรพคุณ ขนาด ความปลอดภัยและคุณภาพมาตรฐาน บัญชียาหลักแห่งชาติของเราซึ่งมีตัวยาอยู่ทั้งสิ้น 958 ชนิด มียาไทยแค่ 9 ชนิดเท่านั้น

ฉะนั้น ยุทธศาสตร์สำคัญข้อหนึ่งคือ ต้องเร่งรัดให้มีการศึกษาวิจัยยาไทยให้มากขึ้น โดยการศึกษาวิจัยต้องมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ และในอนาคตต้องเป็นที่ยอมรับในระดับสากลด้วย

ผมได้เสนอให้กระทรวงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคนด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกโดยเฉพาะขึ้น โดยศึกษาหลักเกณฑ์นานาชาติโดยเฉพาะขององค์การอนามัยโลก นำมาสร้างหลักเกณฑ์ของประเทศเรา ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นและได้ดำเนินการมาเกือบปีแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้สภาวิจัยการแพทย์ของอินเดีย (Indian Council of Medical Research) โดยการสนับสนุนของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ (National Institutes of Health) ได้เชิญให้ผมไปนำเสนอเรื่องนี้ หลังจากนั้นทางสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐได้มีจดหมายติดต่อเสนอให้ผมเขียนบทความเรื่องนี้เผยแพร่ในวารสารวิชาการนานาชาติต่อไป

ขณะนี้โรงพยาบาลต่างๆ ในต่างจังหวัดเริ่มทยอยส่งโครงการวิจัยมาให้พิจารณาแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานพื้นฐานเรื่องนี้จะเข้มแข็งขึ้นและยาไทยก็จะได้รับการยอมรับด้วยความมั่นใจมากขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีให้เป็นหัวหน้าคณะไปประชุมที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเขาจัดประชุมวิชาการเรื่องโรคซาร์สและไข้หวัดนก กับผลการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน

พอนักวิชาการฝ่ายไทยนำเสนอเสร็จมีการอภิปรายซักถามกันมากจนประธานต้องยืดเวลาออกไป พอพักการประชุมฝ่ายจีนขอเจรจาทำข้อตกลงความร่วมมือการใช้การแพทย์แผนดั้งเดิมของแต่ละประเทศในการรักษาโรคเหล่านี้

ผมเห็นว่าเรื่องนี้ไทยจะได้ประโยชน์มาก เพราะจีนเป็นประเทศเดียวในโลกที่แพทย์แผนดั้งเดิมของเขาสามารถมีบทบาทเข้าไปดูแลรักษาคนไข้จากโรคระบาดใหม่ๆ เหล่านี้ ประเทศอื่นๆ ที่ไปร่วมประชุม เช่น เวียดนาม ฮ่องกง ไทย ปากีสถาน รวมทั้งอินโดนีเซีย แพทย์แผนดั้งเดิมไม่มีโอกาสเข้าไปดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้เลย

ผมปรึกษาหารือสมาชิกที่ร่วมทีมแล้ว เห็นพ้องต้องกันว่าควรรับข้อเสนอของจีน รุ่งขึ้นจึงมีการร่างข้อตกลงและลงนามความร่วมมือระดับกรมกันไปแล้ว

: งานด้านการแพทย์ทางเลือกทำอะไรไปบ้าง

ที่เด่นคืองานของศูนย์ความร่วมมือการแพทย์ไทยจีน ที่ดำเนินการมาก่อนหลายปีแล้ว โดยเฉพาะการนำวิชาการฝังเข็มมารักษาผู้ป่วย ขณะนี้เรากำลังขยายงานออกไปเรื่องสมุนไพร เรากำลังสำรวจพื้นที่เพื่อปลูกสมุนไพรจีนเพื่อลดการนำเข้า ทางจีนตกลงจะให้เมล็ดพันธุ์ที่ดีของสมุนไพรแก่เรา 11 ชนิด

กรมได้เชิญนักวิชาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมป่าไม้ องค์การเภสัชกรรม ฯลฯ ออกสำรวจพื้นที่และเตรียมการพัฒนาเพื่อให้ได้สมุนไพรที่ดี มีตัวยาในปริมาณและคุณภาพสูง ซึ่งงานคืบหน้าไปด้วยดีมาก

เรากำลังจะเริ่มทดลองสมุนไพร 2 ตัว คือ เจียวกู้หลาน ซึ่งมีคุณค่าทั้งทางยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริมสูงมาก สมุนไพรตัวนี้เราพบว่ามีขึ้นในเมืองไทยแล้ว ทางใต้พบที่สตูล เรียกชื่อว่า ชาสตูล ทางเหนือโครงการหลวงนำมาทดลองปลูก ตั้งชื่อว่า ปัญจขันธ์ เพราะใบแตกแขนงเป็น 5 ใบในแต่ละกิ่ง

อีกตัวหนึ่ง คือ ต้นชิงเห่า ซึ่งไทยเราเรียก โกฐจุฬาลำพา เป็นสมุนไพรที่ให้ตัวยารักษามาลาเรียที่น่าสนใจมาก เพราะเชื้อมาลาเรียดื้อยาบ่อย ต้องพัฒนาตัวยาไว้แก้ สมุนไพรตัวนี้เคยนำมาทดลองปลูกแล้วแต่มีปัญหาที่ได้พันธุ์ไม่ดีมา

: การแพทย์พื้นบ้านได้ทำอะไรไปบ้าง

ที่เด่นคือ เราได้ทำโครงการพัฒนาอนามัยแม่และเด็กสำหรับมุสลิมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการที่พบว่าอัตราตายของแม่จากการคลอดในพื้นที่นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 2 เท่า

คณะรัฐมนตรีเคยไปประชุมสัญจรที่นั่น เมื่อต้นปีที่แล้วมีมติให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ปัญหานี้ กรมจึงได้ทำโครงการขึ้นโดยความร่วมมือกับนักวิชาการหลายหน่วยงาน ทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ เช่น กรมอนามัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น

เราไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการนี้ แต่โชคดีโครงการของเราได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี งบประมาณถึง 12 ล้านบาทเศษ

ที่อยากเรียนเพิ่มเติมคือ โดยที่กรมต้องต้องดูแลศาสตร์การแพทย์ที่หลากหลายมาก กรมจึงได้จัดให้มีการประชุมวิชาการทุกสัปดาห์ต่อเนื่องกันมาเกือบไม่ขาดเลย โดยเปิดให้คนทั่วไปเข้าฟังได้ด้วย ขณะนี้จัดทุกวันพุธเวลา 10.00-12.00 น.

งานนี้ทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้ศาสตร์การแพทย์ที่หลากหลาย ทั้งจากต่างประเทศและจากแพทย์พื้นบ้านทั่วประเทศ เช่น เรื่องธรรมชาติบำบัดจากอินเดีย ศาสตร์การออกกำลังกายหลายแบบจากจีน ย่ำขาง ตอกเส้นจากล้านนา และภูมิปัญญาหมองูที่นครศรีธรรมราช เป็นต้น ผลงานเหล่านี้กำลังรวบรวมและทยอยจัดพิมพ์เผยแพร่

: ได้ข่าวว่ากรมมีปัญหาการบริหาร เช่น ใช้งบประมาณล่าช้ามาก

เป็นความจริง แต่ตัวเลขไม่ต่ำเท่าที่ปรากฏเป็นข่าว ปัญหาใหญ่ของปีที่แล้วเกิดจากบุคลากรค่อยๆ ทยอยโอนย้ายมา และต้องค่อยๆ มาเรียนรู้งานใหม่

ตัวอย่างเช่น โครงการจัดทำคู่มือประชาชนด้านการแพทย์แผนไทย เป็นงบประมาณปี 2546 จนกระทั่งวันนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะไม่มีการเตรียมการกันมาก่อน เพิ่งมามอบงานให้กับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ หลังจากเวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่งปีแล้ว

ผู้ที่ได้รับมอบหมายก็ขาดทั้งความรู้เรื่องการแพทย์แผนไทยและขาดทักษะในการเขียนคู่มือประชาชน แต่มีความพยายามและความตั้งใจสูงมากจึงต้องใช้เวลามาก มีการปรับแก้กันหลายรอบ ทำให้ล่าช้าไปมาก

เรื่องการวิจัยยาไทยในสัตว์ทดลอง กรมก็ไม่สามารถทำได้เอง เพราะไม่มีห้องปฏิบัติการและตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ เราต้องใช้วิธีจ้างหน่วยงานอื่นทั้งในกระทรวงและในมหาวิทยาลัย และการทดลองก็ต้องรอเวลาตามกำหนด เช่น ทดลองดูพิษเรื้อรังของยา ต้องใช้เวลาในการเลี้ยงหนูทดลองให้ได้ตามมาตรฐาน และกรอกยาไปหลายเดือนจึงสามารถนำอวัยวะหนูมาตรวจดูผลได้ เป็นต้น

: ปีนี้คนน่าจะพร้อมแล้ว ยังมีปัญหาความล่าช้าหรือเปล่า

ปีที่แล้วเราทราบปัญหา จึงเตรียมการป้องกันไว้ โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2546 กำหนดระยะเวลาการใช้งบประมาณอย่างชัดเจน และผมได้ตั้งกรรมการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งเริ่มประชุมเร่งรัดตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่ายังมีปัญหาความล่าช้า จากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ

1) เจ้าหน้าที่ต้องทำงานเร่งรัดทั้งงบประมาณใหม่และงบฯ ที่กันไว้ปีที่แล้วไปพร้อมกัน

2) งบประมาณจำนวนไม่น้อยของสถาบันการแพทย์แผนไทยซึ่งดูแลงบประมาณตามยุทธศาสตร์ของกรมถึงเกือบร้อยละ 80 โอนไปให้จังหวัดต่างๆ กระจายไปถึง 36 จังหวัด ทำให้มีความขลุกขลักล่าช้า ก็กำลังเร่งรัดอยู่ เชื่อว่าจะดีกว่าปีที่แล้ว

: มีเรื่องอื่นที่อยากจะแจ้งให้ประชาชนทราบอีกหรือไม่

เรื่องสำคัญคือเรื่องการเร่งรัดเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กฎหมายนี้ออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะต้องมีการออกกฎหมายลูกหรือกฎหมายลำดับรองอีกหลายฉบับ

ตรวจสอบดูแล้วเป็นกฎกระทรวง 8 ฉบับ และระเบียบกับประกาศอีก 8 ฉบับ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว กฎกระทรวงเพิ่งออกมาฉบับเดียว เพื่อเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกำหนดขั้นตอนวิธีการไว้ซับซ้อนมาก กรมได้ดำเนินการจนเสร็จเรียบร้อย มีการตั้งกรรมการจนครบองค์คณะเมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดกฎกระทรวงที่เหลือ 7 ฉบับและระเบียบ ประกาศต่างๆ อีก 8 ฉบับ จะพยายามให้แล้วเสร็จผ่านจากขั้นตอนของกรมทั้งหมดภายในปีนี้ ซึ่งคงไม่ใช่ง่ายๆ เพราะการออกกฎหมายทุกฉบับต้องทำอย่างรอบคอบ

: มีอะไรจะฝากอีกหรือไม่

ทั้งงานการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และการแพทย์ทางเลือก เป็นงานที่ยากต้องอาศัยความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ จึงจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง

จึงอยากขอร้องให้ผู้เกี่ยวข้องมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติอย่างแท้จริง