"ทักษิณ"ตำหนิ"ประพัฒน์"เจ้าของสวนส้มแต่แก้ใช้สารเคมีไม่ได้

Submitted by info on Wed, 2004-01-21 00:00

ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังการประชุม ครม.ว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานผลการดำเนินการเรื่องปัญหาการใช้สารเคมีของสวนส้มว่า อันตรายที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการสวนส้มนั้น มีสาเหตุมาจากการใช้สารเคมี ซึ่งมีกฎหมายที่ควบคุมการ ใช้สารเคมีโดยตรงอยู่แล้ว คือ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 จึงเห็นสมควรกำกับให้มีการใช้กฎหมายที่มีผลต่อ การควบคุมที่สาเหตุของปัญหาโดยตรง มากกว่าการประกาศให้สวนส้มเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราช บัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และอาจต้องพิจารณาประกาศกิจการพืชไร่ พืชสวนอื่น ๆ ตามมาอีก ทั้งนี้ คณะกรรมการสาธารณสุข ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ยังได้ประสานกับคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้มีการกำกับดูแลการใช้สารเคมีในสวนส้มด้วยแล้ว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชน มิได้ละเลยต่อปัญหาดังกล่าว โดยได้ร่วมดำเนินการกับคณะทำงานที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการสวนส้ม และหากมีข้อมูลที่พบว่าการประกอบกิจการสวนส้มนั้นเป็นอันตรายต่อ สุขภาพ และสามารถควบคุมได้โดยการใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ก็อาจมีการดำเนินการประกาศให้กิจการดังกล่าวเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อไปได้

มีรายงานจากที่ประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรีได้ซักถามนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการปัญหาเรื่องการส่งออกส้มไปต่างประเทศและการควบคุมการใช้สารเคมีในไร่ส้มที่มีกำลังเกิดปัญหาในขณะนี้ แต่นายประพัฒน์กลับตอบคำถามนายกรัฐมนตรีได้ไม่ครอบคลุมทำให้นายกรัฐมนตรีตำหนินายประพัฒน์ว่า มีสวนส้มอยู่และเป็นรัฐมนตรีด้วยทำไมแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมครม.ว่า การแก้ไขปัญหาควรทำแบบครอบคลุมและมีเจ้าภาพ ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบและซุกปัญหาไว้