นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ ระบุ 2547 ประชาชนคงต้องกินข้าวราคาแพงขึ้น ซึ่งขยับตามราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูก ขณะที่พ่อค้าคนกลางจะมีช่องว่างของกำไรจากการค้าข้าวลดลง หลังจากกระทรวงพาณิชย์ปรับวิธีการระบายข้าวใหม่ ตั้งเป้าส่งออกปีหน้า 8 ล้านตัน
นายวัฒนา กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลจากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับวิธีการบริการจัดการเรื่องการระบายข้าวใหม่ โดยมีการกำหนดเพดานราคาข้าวล่วงหน้าก่อนข้าวออกสู่ตลาด 4-5 เดือน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกได้มีการวางแผนล่วงหน้าด้วยว่าจะขยายข้าวต่อพ่อค้าคนกลางเท่าไร และยอมไม่มีใครขายข้าวในราคาที่ต่ำกว่าราคาเพดานที่รัฐจะเข้าไปแทรกแซง ขณะที่พ่อค้าคนกลางและผู้ส่งออกต้องเตรียมตัวซื้อข้าว และต้องแข่งขันกับภาครัฐ เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ก็มีการขายข้าวค้างสตอกจนเหลือก 800,000 ตัน ซึ่งคาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์จะมีการขายข้าวได้ไม่น้อยกว่า 400,000 ตัน ทำให้สตอกเก่าของรัฐเหลือน้อยและมีพื้นที่เก็บข้าวใหม่ที่จะรับแทรกแซงต่อไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเมื่อสามารถดึงราคาข้าวเปลือกให้สูงขึ้นเกษตรกรที่จะเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังในเดือนเมษายนปีหน้าจะลดลง เพราะพอใจกับราคาข้าวที่สูงขึ้น โดยปี 2547 ต้องเป้าจะส่งออกข้าวให้ถึง 8 ล้านตัน
"ขณะเดียวกันต้องควบคุมราคาข้าวปลายทางไม่ให้มีราคาสูงเกินไปซึ่งปกติราคาข้าวต้องบวกค่าการตลาดและค่าใช้จ่ายรวม 3 เท่าจากราคาข้าวเปลือก โดยเฉพาะราคาข้าวหอมมะลิซึ่งมีราคาสูงอยู่แล้ว เพราะมีกลุ่มผู้ซื้อไม่สูง หากมีราคาสูงเกินไปจะทำให้คนเลิกซื้อหันไปซื้อสินค้าอื่นทดแทน ราคาข้าวถุงในประเทศสูงขึ้นบ้างก็ต้องยอมเพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกรแต่กลไกการแข่งขันในตลาดจะทำให้ราคาไม่ขยับสูงจนเกินไป ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ต้องไปใช้กับสินค้าเกษตรตัวอื่นด้วย โดยเฉพาะตลาดผลไม้ส่งออก เช่น มังคุดบางประเทศต่อลูกราคาเป็นร้อย" นายวัฒนา กล่าว


