"อดิศักดิ์"จี้เกษตรกรเร่งขึ้นทะเบียน เพื่อใช้สิทธิ์กู้ ธกส.

Submitted by info on Fri, 2003-12-26 00:00

นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2547 นี้เป็นต้นไป เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและผ่านการตรวจสอบจากชุมชนและส.ป.ก. ว่าเป็นผู้มีสิทธิทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดิน ไม่ว่าจะถือเอกสารสิทธิส.ป.ก.4-01 สัญญาเช่า/เช่าซื้อ หรือเอกสารกรรมสิทธิ์ หรือโฉนดหลังคาแดง อย่างถูกต้อง และผ่านการอบรมพัฒนาองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพจากหน่วยงานภาครัฐ ตามที่แสดงความต้องการไว้แล้วนั้น จึงจะสามารถยื่นขอกู้เงินจาก ธ.ก.ส.เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพในพื้นที่ตามโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนของส.ป.ก.ได้ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรรายใดที่ยังไม่ได้มาแจ้งรับการขึ้นทะเบียนไว้ ในขณะนี้ยังสามารถยื่นแสดงการขอรับการขึ้นทะเบียนกับส.ป.ก.จังหวัด ที่พื้นที่ทำกินของตนเองได้ทุกวัน เวลา ราชการ ตลอดปี 47 แต่ขอย้ำว่า เกษตรกรทุกคนควรรีบมาขึ้นทะเบียนไว้ก่อนโดยไม่จำเป็นต้องรีบยื่นกู้ถ้ายังไม่มีความจำเป็นในการใช้เงิน แต่ให้ขึ้นทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิ เพื่อประโยชน์ของตัวเกษตรกรเอง ในการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาแอบอ้างสิทธิไปขอกู้ และยังมีสิทธิเข้ารับการอบรมพัฒนาอาชีพตามที่แจ้งความต้องการไว้อีกด้วย ทั้งนี้ส.ป.ก.จะทำบัญชีรายชื่อและสารบบที่ดินดังกล่าวไว้

แล้วส่งให้ธ.ก.ส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อรับรองว่าผู้ที่มาขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรที่ทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดินจริง ซึ่งจะช่วยให้ได้รับการบริการด้านอื่นๆของภาครัฐที่สะดวกรวดเร็วขึ้น

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในโครงการนำร่องใน 8
จังหวัด พบว่า ขณะนี้มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนประมาณ 40% ซึ่งแม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าเป้าหมาย แต่ก็เป็นเพียงโครงการนำร่อง ซึ่งจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ หน้า 2/รับทราบ 2 รับทราบข้อบกพร่องการดำเนินงานเพื่อนำไปแก้ไขและทำให้เกษตรกรได้เห็นถึงประโยชน์การเข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งเชื่อว่า ในปี 47 เกษตรกรน่าจะเข้าร่วมโครงการมากขึ้น เนื่องจากการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนถือเป็นแนวทางหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน สำหรับเป้าหมายโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในปี 2547 นั้น ตั้งเป้าหมายที่จะให้เกษตรกรข้าระบบการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนอย่างน้อย 1 แสนราย จากทั้งหมด 6 แสนราย ในพื้นที่ 10 ล้านไร่ โดยเฉลี่ยส.ป.ก.จะต้องดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบได้จังหวัดละ 4 คน/วัน