BOI เตรียมยกเครื่องกิจการด้านสุขภาพ จ้างสำนักงานเศรษฐกิจการคลังศึกษารูปแบบการลงทุนเชื่อมโยงทั้งระบบ พร้อมอัดสิทธิประโยชน์สูงสุด หวังผลักดันประเทศไทยให้เป็น "เมดิคอลฮับ"
นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ในระหว่างงานสัมมนาเรื่อง "การส่งเสริมการลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ" ว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ หรือเมดิคอลฮับ BOI ได้จ้างสำนักวิจัยเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาการลงทุนในกิจการด้านสุขภาพทั้งระบบ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุน โดยคาดว่าจะสามารถกำหนดขอบข่ายกิจการและเงื่อนไขการให้สิทธิประโยชน์แก่ กิจการประเภทนี้ได้ภายในปีนี้
กิจการด้านสุขภาพ ประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพ ไม่ว่าจะความพร้อมในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่ส่งออกอาหารมากที่สุดในโลก และมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ไทยปีละ กว่า 1 ล้านคน เป็นต้น สามารถนำข้อได้เปรียบมาต่อยอด เพื่อให้เป็นประโยชน์ในด้านการลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่การแข่งขันในอนาคตได้
ทั้งนี้ กิจการด้านสุขภาพในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยโรงพยาบาล, ห้องแล็บ, การผลิตยารักษาโรค, อาหาร, ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่เกี่ยวกับไบโอเทค ซึ่ง BOI ได้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว แต่สิทธิประโยชน์จะแตกต่างกัน บางส่วนขึ้นอยู่กับพื้นที่ บางส่วนขึ้นอยู่กับว่า เป็นกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษหรือไม่ ไม่ได้เชื่อมโยงเป็นแพ็กเกจเดียวกัน การลงทุนค่อนข้างน้อย ดังนั้น BOI จึงมีแผนออกนโยบายให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการด้านสุขภาพให้เชื่อมโยงกัน ทั้งระบบ ให้เกิดการลงทุนมากขึ้น สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลให้ประเทศไทยกลายเป็น "เมดิคอลฮับ"
โดย กิจการด้านสุขภาพ อาจจะเข้าข่ายกิจการเทคโนโลยีชีวภาพที่ BOI ได้ให้การส่งเสริมการลงทุนมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 และต่อมาวันที่ 15 ตุลาคม 2552 ได้ออกประกาศปรับประเภท ขนาด เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ของแต่ละประเภทกิจการ ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ครอบคลุมถึงกิจการ 6 ประเภท อาทิ การวิจัยและพัฒนาปรับปรุงพันธ์พืช, ยาวัคซีน, โปรตีนเพื่อการบำบัด, การเกษตร, อาหารและสิ่งแวดล้อม, เซลล์พืช/เซลล์สัตว์ในการผลิตสารชีวโมเลกุล, กิจการผลิตวัตถุดิบ หรือวัสดุจำเป็นที่ใช้ในการทดลอง และกิจการบริการตรวจวิเคราะห์ หรือสังเคราะห์สารชีวภาพ
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับสูงสุด ไม่ว่าตั้งอยู่ในเขตใด จะได้รับ "ยกเว้น" อากรขาเข้าเครื่องจักร "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยไม่จำกัดวงเงิน และหากอยู่ในเขตอุทยานวิทยาศาสตร์ จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิ 50% เป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการได้รับ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
"ปัจจุบัน การลงทุนในกิจการด้านเทคโนโลยีชีวภาพของไทย เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งนั้น ถือว่าน้อยมาก หรือมีประมาณ 9 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 300 ล้านบาทเท่านั้น แต่ถ้าหากเรามีแพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้น ทิศทางการลงทุนในกิจการด้านสุขภาพ ก็น่าจะมีมากขึ้น หากสิทธิประโยชน์ของ BOI ที่ให้สูงสุดแล้ว ก็จะมีการประสานไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ว่าจะให้เพิ่มเติมส่วนใดได้อีก" นางหิรัญญากล่าว


