อาฟตาดันการค้าชายแดน 6 เดือน ยอดพุ่งเฉียด 4 แสนล้าน โต 33% เป็นการส่งออก 2.4 แสนล้าน โต 49.3%
เมื่อ วันที่ 17 ส.ค. น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านใน 6 เดือนแรกของปี 53 (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่ารวม 388,637.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แยกเป็นการส่งออก 243,652.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% และนำเข้า 144,985.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% ทำให้ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าถึง 98,666.9 ล้านบาท โดยการเปิดการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนปีนี้ ขยายตัวสูงมาก
“ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีสัดส่วนการค้าเฉลี่ย 73.9% เมื่อเทียบการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ การค้าชายแดนไทยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 76% แยกเป็นการค้าชายแดนด้านมาเลเซีย มีสัดส่วนการค้าชายแดนสูงสุด 63.6% รองลงมาพม่า 17.7% ลาว 11.5% และกัมพูชา 7.2% ซึ่งถือว่าการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ได้ส่งผลดี ทำให้การค้าชายแดนขยายตัวเพิ่มขึ้น”
น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน การค้าไทย-มาเลเซีย มีมูลค่าสูงสุด โดยมีมูลค่าการค้ารวม 247,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.3% เป็นการส่งออกมูลค่า 155,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.8% นำเข้ามูลค่า 91,615 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% ไทยได้ดุลการค้า 64,125 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา เป็นผลมาจากราคายางพาราในช่วงเดือน มิ.ย.2553 มีมูลค่าสูงเกิน 100 บาทต่อ กก. หรือเพิ่มขึ้น 80% ส่วนสินค้าอื่นที่ส่งออกเพิ่ม เช่น ยางพาราผสม เครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น เช่น ชิ้นส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ แผงวงจรรวม และเครื่องสะท้อนสัญญาณทางอากาศ เป็นต้น
สำหรับการค้าชายแดนไทย-พม่า มีมูลค่ารวม 68,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เป็นการส่งออกมูลค่า 28,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.6% นำเข้า 40,319 ล้านบาท ไทยขาดดุลการค้า 11,972 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่มูลค่าเพิ่มขึ้น ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำอัดลม น้ำมันปาล์ม และปูนซีเมนต์ ส่วนการนำเข้าขยายตัวลดลง สินค้าที่นำเข้าลดลง เช่น ก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากพม่าได้ปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานา รวมถึงปลาสดแช่แข็ง และสัตว์น้ำแช่เย็นแช่แข็งที่นำเข้าลดลง
ด้าน การค้าไทย-ลาว มีมูลค่ารวม 44,543 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.2% เป็นการส่งออกมูลค่า 32,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.4% นำเข้า 11,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.3% ไทยได้ดุลการค้า 21,359 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักรกลอื่น ๆ เนื่องจากลาวต้องการนำเข้าไปใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าหลายแห่ง ส่วนสินค้านำเข้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทองแดง ไม้แปรรูป ข้าวโพด และถ่านหิน เป็นต้น
ขณะที่ การค้าไทย-กัมพูชา มีมูลค่ารวม 28,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.2% เป็นการส่งออก 26,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% การนำเข้า 1,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.3% ไทยได้ดุลการค้า 25,155 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำตาลทราย เนื่องจากกัมพูชาส่งออกน้ำตาลไปขายต่อให้เวียดนาม ปูนซีเมนต์ น้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนประกอบของยานยนต์ และอะไหล่รถจักรยานยนต์ ส่วนสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม สำหรับมันสำปะหลังนำเข้าลดลง เนื่องจากไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยว


