คาด "กองทุนชาวนา" ประชาพิจารณ์ ก.ย.นี้ ก่อนเข้าครม.-สภา

Submitted by info on Thu, 2010-08-19 00:00

"ธราดล" เผย "กองทุนสวัสดิการชาวนา" เดินหน้าทำประชาพิจารณ์เดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ ก่อนสรุปเป็นร่างกฎหมายนำเข้าครม. ปลายปี และเข้าสู่สภาได้ต้นปีหน้า เงื่อนไขเบื้องต้นรับชาวนาตั้งแต่อายุ 20 ปี มีที่นาไม่เกิน 15 ไร่ นายกสมาคมชาวนาไทย ระบุอยากให้ครอบคลุมชาวนาที่เช่าทำนา 15-30 ไร่ กว่า 70% ด้วย เผยรัฐต้องใช้เงินสมทบขั้นต่ำปีละ 5 พันถึง 1.6 หมื่นล้านบาท

ภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เห็นชอบในหลักการให้มีการจัดตั้ง "กองทุนสวัสดิการชาวนา" โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปยกร่างกฎหมายการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว เพื่อนำเสนอในรูปแบบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โดยหลักการในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนา ชาวนาจะจ่ายเงินประมาณ 3% จากการขายข้าวในแต่ละปีเข้าสมทบในกองทุน และรัฐบาลจะออกเงินสมทบให้อีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็น 1-2 เท่า ซึ่งการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะใช้ระบบสมัครใจของชาวนาเองไม่มีการบังคับ

นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คมชัดลึก" เนชั่นแชแนล ว่า รายละเอียดเบื้องต้นของกองทุนดังกล่าว จะรับชาวนาที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ขนาดพื้นที่ทำนา 5-15 ไร่ ชาวนาส่งเงินสมทบกองทุนปีละ 3% ของรายได้จากการขายข้าวเป็นเงินประมาณ 900-2,700 บาทต่อรายต่อปี ขณะที่รัฐจะสมทบให้ 1-2 เท่า เมื่อชาวนามีอายุครบ 65 ปี จะได้เป็นเงินบำเน็จคือจะได้เงินเป็นก้อนครั้งเดียว หรือถ้าเลือกรับเงินบำนาญจะได้ทุกๆเดือนต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี 20 ปี แล้วแต่เลือก นอกจากนี้กรณีที่ชาวนาที่ร่วมโครงการเกิดทุพพลภาพก็จะได้รับเงินชดเชยให้ ส่วนสวัสดิการการรักษาพยาบาลนั้น ให้ใช้สิทธิในโครงการรักษาฟรี

ในเดือนก.ย.-ต.ค.นี้จะเป็นช่วงเวลาทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพรบ.กองทุนสวัสดิการชาวนา หลังจากนั้นจะจัดทำร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในเดือนพ.ย.-ธ.ค. และในปีหน้าก็จะเข้าสู่สภา โดยยืนยันว่าเงื่อนไขเบื้องต้นต้องการเข้าถึงกลุ่มชาวนาจากรายย่อยก่อนจึง จำกัดจำนวนไร่ไว้ที่ 15 ไร่ การตั้งกองทุนนี้จะดูความสมเหตุสมผลทั้งแรงจูงใจในการเข้าร่วมกองทุน และงบประมาณที่รัฐจะต้องใช้ เพราะถ้าไม่สามารถจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมกองทุนก็จะต้องล้มไปเอง ส่วนผู้ที่เป็นห่วงเรื่องการจ่ายเงินสมทบ เมื่อเข้าร่วมโครงการแม้จะมีการหยุดจ่ายเงินสมทบในภายหลัง หรือไม่สามารถจ่ายได้ทุกปีก็ไม่ต้องเป็นห่วง จะได้เงินสมทบที่ส่งไปรวมถึงผลตอบแทนคืนแน่นอน

ส่วนการบริหารจัดการกองทุนจะมีการตั้งคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชาว นา มีตัวแทนจากภาครัฐ 7 คน ตัวแทนจากชาวนา 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ซึ่งจะมีการออกกฎกระทรวงในการคัดเลือกคณะกรรมการอีกครั้ง ส่วนนโยบายการลงทุนก็คงไม่ให้เสี่ยงมากและได้ผลตอบแทนพอสมควร

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่าปัจจุบัน 53%ของภาคเกษตรเป็นชาวนา มีจำนวน 3.7 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 20 ล้านคน การมีกฎหมายฉบับนี้จะช่วยเป็นหลักประกันให้ชาวนา แต่ตนอยากเสนอให้ปรับบางเงื่อนไขเช่น การกำหนดอายุที่หยุดส่งเงินสมทบ 65 ปี อยากให้ลดลงมาเหลือ 60 ปี นอกจากนี้ ชาวนาที่เช่าที่ทำนาขนาด 15-30 ไร่ มีมากถึง 70% จึงอยากให้เพิ่มเงื่อนไขขนาดพื้นที่ๆเข้าร่วมโครงการได้จากที่กำหนดไว้ 15 ไร่ขึ้นมาเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มชาวนาได้กว้างขึ้น นอกจากนี้เขากล่าวว่าในช่วงแรกคาดว่าน่าจะมีชาวนาเข้าร่วมกองทุนประมาณ 40% เพราะแรกๆก็อาจจะลังเล แต่ในปีถัดไปถ้ามีความมั่นใจและมีความเข้าใจมากขึ้นน่าจะเพิ่มเป็น 70% คิดว่าการทำประชาพิจารณ์น่าจะได้รับการตอบรับจากชาวนาอย่างดี อย่างไรก็ตามอยากให้ชาวนาคิดถึงสิ่งที่ตนต้องการอย่างมีเหตุมีผลต้องนึกถึง กฎหมาย นึกถึงงบประมาณของรัฐด้วย เบื้องต้นอยากให้รัฐกำหนดสิทธิประโยชน์หลักๆของกองทุนนี้ให้ชัดเจนและทำ ประชาพิจารณ์เฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผ่านกฎหมายนี้ออกมาให้ได้ก่อนหลังจากนั้นหากมีประเด็นแตกย่อยก็อาจ จะออกบทเฉพาะกาลเพิ่มเติม หรือปรับแก้กฎหมายต่อไป

Manageronline ได้คำนวณขนาดของกองทุนนี้หากมีชาวนาเข้าร่วมกองทุนจำนวน 3 ล้านราย จ่ายเงินสมทบกองทุน 900-2,700 บาทต่อรายต่อปี และรัฐส่งเงินสมทบกองทุนให้ 2 เท่า จะต้องใช้เงินงบประมาณสมทบกองทุนปีละ 5,400-16,200 ล้านบาท และขนาดของกองทุนเป็น 8,100-24,300 ล้านบาทในปีแรก และกองทุนมีขนาดเพิ่มขึ้นทุกๆปีจากการส่งเงินสมทบ และหากมีจำนวนชาวนาเข้าร่วมเพิ่มก็จะทวีคูณขึ้นไปอีก