โลกร้อนขึ้นทำผลผลิต "ข้าว" หดลงทั่วเอเชีย 20%

Submitted by info on Thu, 2010-08-19 00:00

การเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศของโลกส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ซึ่งจะทำให้มีประชากรที่อดอยากเพิ่มมากขึ้นด้วย (ภาพจาก บีบีซีนิวส์)

ภัยแล้งในพื้นที่การเกษตรเป็นผลพวงสำคัญจากภาวะโลกร้อน (ภาพจาก บีบีซีนิวส์)

วิกฤติโลกร้อน ทำผลผลิตข้าวทั่วเอเชียตกต่ำลงถึง 20% ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ผลการวิจัยระบุกลางคืนร้อนขึ้นยิ่งทำให้ข้าวออกรวงน้อยลง คาดเป็นเพราะต้นข้าวใช้พลังงานไปกับการหายใจมากขึ้น เผยเป็นสัญญาณอีกไม่กี่ทศวรรษทั่วโลกจะมีประชากรผู้หิวโหยและยากจนพุ่งสูง ขึ้นจากเดิมที่มีอยู่แล้วพันล้านคน

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (Agriculture Organization : FAO) ที่มีสำนักงานอยู่ในสหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และกรุงโรมในอิตาลี ได้เฝ้าติดตามผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันและกลาง คืนที่มีต่อผลผลิตข้าวในเขตนาชลประทานจำนวน 227 แห่ง ในประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก ทั้งจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ในช่วงระหว่างปี 1994-1999

"ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเวลากลางวันเพิ่มขึ้น หรือช่วงเวลากลางคืนที่ร้อนขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลง" จาร์รอด เวลซ์ (Jarrod Welch) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานดิเอโก (University of California, San Diego) สหรัฐฯ ผู้เป็นหัวหน้าคณะวิจัยครั้งนี้เปิดเผยในเอเอฟพี ส่วนผลงานวิจัยนั้นได้ตีพิมพ์ลงในวารสารสมาคมวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ (Proceedings of the National Academy of Sciences : PNAS) เมื่อไม่นานมานี้

เวลซ์ให้ข้อมูลว่า อุณหภูมิช่วงกลางวันที่สูงขึ้นสามารถช่วย เพิ่มผลผลิตข้าวได้ในช่วงเริ่มต้น แต่ในที่สุดแล้วก็จะทำให้ผลผลิตตกลง เพราะมีผลน้อยกว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นในเวลากลางคืนที่ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลด ลง ซึ่งบีบีซีนิวส์ระบุว่านี่เป็นรายงานล่าสุดที่ระบุว่าการ เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะสร้างความยากลำบากมากขึ้นในการผลิตอาหาร เลี้ยงประชากรโลกที่กำลังเติบโตขึ้นจากการที่ผลผลิตของพืชพันธุ์ธัญญาหารลด ต่ำลง

บีบีซีนิวส์รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า นักวิจัยยังไม่ได้ความชัดเจนว่าสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อกลไกใดของข้าว แต่ อาจเกี่ยวข้องกับการที่ต้นข้าวต้องหายใจมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืนที่ร้อน ขึ้น ทำให้ต้นข้าวต้องใช้พลังงานไปกับกิจกรรมดังกล่าวสูงขึ้น และทำให้มีพลังงานไปใช้ในกิจกรรมการสังเคราะห์ด้วยแสงลดน้อยลง จึงทำให้ผลผลิตข้าวลดลง

ทั้งนี้ ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิพื้นผิวโลกส่งผลให้ผลผลิตข้าวในพื้นที่เพาะปลูก หลักๆ ลดต่ำลงมาแล้วประมาณ 10-20% ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นไปกว่านี้ จะทำให้ผลผลิตข้าวตกต่ำลงอย่างเลวร้ายที่สุดในช่วงกลางศตวรรษนี้ และหากอุณหภูมิในช่วงกลางวันสูงมาก มันจะไปจำกัดการให้ผลผลิตของข้าว และยิ่งทำให้ผลผลิตลดลงไปอีก และในปี 2004 นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งยังได้ศึกษาพบว่าผลผลิตข้าวในฟิลิปปินส์ลดลงประมาณ 10% ต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศาเซียลเซียสในช่วงเวลากลางคืน

ข้อมูลจากเอฟเอโอยังระบุอีกว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของประชากรโลก โดยในแต่ละวันมีผู้บริโภคข้าวมากถึง 3 พันล้านคนทั่วโลก และข้าวยังเป็นอาหารหลักของชาวเอเชียประมาณ 600 ล้านคน ที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรที่ยากจนที่สุดในโลกจำนวน 1 พันล้านคนด้วย ซึ่งการที่ผลผลิตข้าวตกต่ำลงนั้นยังหมายถึงว่าจะมีประชากรโลกที่อดอยากและ ยากจนเพิ่มมากขึ้น

"หากเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตข้าวหรือพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ ที่ทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้ จะเกิดหายนะขึ้นกับพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งหมดได้ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อันเนื่องมาจากอากาศที่ร้อนขึ้นทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน" เวลซ์ กล่าวเตือน และยังมีอีกการศึกษาหนึ่งที่ตีพิมพ์ไปเมื่อต้นปีที่แล้วให้ข้อสรุปไว้ว่า ประชากรโลกครึ่งหนึ่งอาจต้องเผชิญกับวิกฤติอาหารอันเนื่องมาจากการเปลี่ยน แปลงของสภาพภูมิอากาศภายในปี 2100