อลงกรณ์เล็งตั้งอรัญฯเขตศก.พิเศษไทย-เขมร

Submitted by info on Fri, 2010-08-27 13:52

"อลงกรณ์" บุกสำรวจเส้นทางโลจิสติกส์กัมพูชา เวียดนาม ดันตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ อรัญประเทศ หนุนค้าชายแดนเติบโต

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการนำคณะผู้แทนโลจิสติกส์สัญจรไปเยือนกรุงนพนมเปญ ประเทศกัมพูชาและนครโฮจิมินห์ ซิตี้ ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2553 เพื่อสำรวจเส้นทางและวางจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถดำเนินการผลักดันให้ เกิดการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขยายการค้าและธุรกิจบริการ ด้านโลจิสติกส์ของไทยสู่สากล

โดย ในการเดินทางสำรวจเส้นทางครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคในการ ขนส่ง เช่น ถนน ระบบการขนส่ง คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรม ด่านชายแดน พิธีการด้านศุลกากร พร้อมทั้งรับทราบปัญหาและจัดหาแนวทางการแก้ไขผลักดันเพ่อให้เกิดการพัฒนา และเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งต้องเร่งพัฒนาให้ทันกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC) ในปี 2558 พร้อมกันนั้นยังได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการ หรือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา ประเด็นหลักในการหารือ คือ แนวทางการขยายการค้าและการลงทุน และท่องเที่ยวของไทยและทั้งสองประเทศ

นายอลงกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ในโอกาสนี้จะเดินทางไปสำรวจพื้นที่เพื่อเสนอให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ พิเศษ บ้านโนน-บ้านหนองใหญ่ อ.วัฒนานคร เขตเศรษฐกิจพิเศษ บ้านไร่ อ.อรัญประเทศ เป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา

“เป็นการยืนยันว่าไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจตาม แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งหลังจากจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว ไทยและกัมพูชา จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เราจะเป็นต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสม และหลีเลี่ยงพื้นที่ทับซ้อนที่ยังเป็นปัญหาของทั้งสองประเทศ“ นายอลงกรณ์กล่าว

การเดินทางเยือน 2 ประเทศในครั้งนี้จะเป็นการขยายผลตามแนวนโยบาย 3 วงแหวน ประตูการค้าของไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการค้า และโลจิสติกส์ที่สำคัญ ในตลาดกว่า

การ เดินทางเยือน 2 ประเทศครั้งนี้จะเป็นการขยายผลตามแนวนโยบาย 3 วงแหวน 5 ประตูการค้าของไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าและโลจิสติกส์ ที่สำคัญในตลาดกว่า 3,000 ล้านคนในกลุ่มประเทศ ASEAN+3 และ ASEAN +6 โดยมุ่งเปิดประตูการค้าที่สำคัญใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านตะวันตก (เชื่อมกับประเทศพม่าสู่ตลาดอินเดีย และ BIMSTEC) ด้านใต้ (เชื่อมกับประเทศมาเลเซียสู่สิงคโปร์)เชื่อมด้านตะวันออก (เชื่อมกันกับประเทศกัมพูชาสู่ตลาดเวียดนามและจีน ) ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ (เชื่อมกับประเทศลาว สู่ตลาดเวียดนาม จีน และเอเชียตะวันออก) ด้านเหนือ(เชื่อมกับประเทศพม่า และลาวสู่ตลาดจีน)

โดยแต่ละด้านมีแนวทางพัฒนาการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญเช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจการค้าชายแดนไทยพม่า ในด้านตะวันตก และการผลักดันนดยบาย 5-5-5 ลิมอดาซาร์ ในด้านใต้เพื่อให้เกิดความร่วมมือใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ 5 รัฐภาคเหนือของมาเลเซีย ใน 5 สาขาเศรษฐกิจ ได้แก่ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ธุรกิจโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมฮาลาล เป็นต้น

โดยก่อนหน้านี้ได้จัดหาพื้นที่ตามแนวเส้นก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 รองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ,จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจการค้าชายแดนไทย-พม่า และทำยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจใหม่( New Conomic Corridor) 5-5-4 ตลอดจนพัฒนาระบบ Single Stop Inspection ด่านชายแดนไทย-ลาว

ปี 2552 การค้าไทยกับกัมพูชามีมูลค่า 1,658 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็นมูลค่ากาส่งอก 1,581 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่ากานำเข้า 78 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 1,503 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดย 7 เดือนแรกของปี 2553 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 1,609 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 76.1% เป็นมูลค่าการส่งออก 1,475 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ( 67.4 %) เป็นมูลค่านำเข้า 134 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (312.3% ) ไทยได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 1,341 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ปี

ปี 2552 การค้าระหว่างไทยกับเวียดนามมูลค่า 6,064 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็นมูลค่าการส่งออก 4,678 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็นมูลค่านำเข้า 1,385 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยได้ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 3,293 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

โดย 7 เดือนแรกของปี 2553 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 3,920ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 27.0% เป็นมูลค่าการส่งออก 3,147 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ( 34.5 %) เป็นมูลค่านำเข้า 772 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (3.3% ) ไทยได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 2,375 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ