นายก ส.แบงก์ เผยที่ประชุมสภาที่ปรึกษาธุรกิจ “เอเปก” ห่วงสหรัฐฯ แก้ปัญหา ศก.โดยใช้มาตรการจัดลำดับความเสี่ยงของสินทรัพย์ ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับสถาบันการเงิน และอาจถูกนำมาเป็นมาตรฐานทั่วโลก ขณะที่ผู้นำธุรกิจเอเปกเรียกร้องสมาชิกเร่งเปิดเสรีการค้า
นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวในการแถลงข่าวเรื่อง “สรุปผลการประชุมสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 (APEC Business Advisory Council : ABAC Meeting)” ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ระบุว่า ที่ประชุมมีความเป็นห่วงที่สหรัฐอเมริกาอาจจะมีมาตรการจัดลำดับความเสี่ยง ของสินทรัพย์ ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับสถาบันการเงินและอาจถูกนำมาเป็นมาตรฐานทั่วโลก อาจกลายเป็นอุปสรรคในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน รวมทั้งเป็นห่วงที่หลายประเทศอาจจะมีการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วเกิน ไป ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวหยุดชะงัก
แต่การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว อาจจะมีผลทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ จึงต้องระมัดระวังและหาช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการถอนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ รวมทั้งมีความกังวลมาตรการการคลังในหลายประเทศจะต้องทำให้เกิดความสมดุล เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางการคลังมากขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังต้องการให้มีการบูรณาการทางการเงินในภูมิภาค สานต่อข้อตกลงริเริ่มเชียงใหม่ ช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้แก่ประเทศสมาชิก และเดินหน้าการออกตราสารหนี้และการออกพันธบัตรข้ามประเทศ รวมทั้งจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลและเอกชน เพื่อให้มีการหารือร่วมกันขจัดอุปสรรคในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่
นายเกมปาชิโร ไอฮารา (Mr.Gempachiro Aihara) ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปก 2010 กล่าวว่า การประชุมที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ (วันที่ 24-27 สิงหาคม 2553) ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 3 ประจำปีนี้ ผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเปก สนับสนุนให้การประชุมผู้นำเอเปก ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เดือนพฤศจิกายน 2553 นี้ เดินหน้าการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิก ให้ประสบความสำเร็จ
นายเกมปาชิโร กล่าวว่า เนื่องจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศใช้นโยบายปกป้องการค้า ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเปิดการค้าเสรี โดยการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ ให้เกิดความสมดุลและเกิดความเสมอภาคกับประชาชนทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นร่วมกันที่จะสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร พลังงาน หลังจากที่หลายประเทศประสบปัญหาด้านทุกโภชนาการ และมีการนำพืชเศรษฐกิจมาใช้ในการจัดทำพลังงานทดแทน อีกทั้งสภาที่ปรึกษาฯ ยังส่งเสริมให้เอสเอ็มอีและวิสาหกิจขนาดเล็กมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้า ถึงแหล่งเงินทุน


