อียูรุกไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ

Submitted by info on Mon, 2010-08-30 00:00

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับ คาเรล เดอ คุชท์ กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป (อียู) ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ที่เวียดนามว่า อียูสอบถามถึงความคืบหน้าการเปิดเจรจาจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียูว่ามีความคืบหน้าอย่างไรและจะเปิดเจรจาได้เมื่อใด ซึ่งไทยยืนยันว่าพร้อมเปิดเจรจากับอียู และน่าจะทำได้ในช่วงปลายปีนี้ หลังจากดำเนินการตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ได้กำหนดไว้เสร็จสิ้น

“มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญไทย กำหนดไว้ว่าการจัดทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม และต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งไทยได้จัดทำกระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หมดแล้ว ขณะนี้เหลือแต่การจัดทำข้อสรุปเพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณา และเสนอให้รัฐสภาพิจารณา โดยน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และเริ่มเจรจากับอียูได้หลังจากนั้น”

นอกจากนี้อียูยังได้แสดงความกังวลกรณีที่ไทยจะออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการประ กอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งอียูกังวลว่า จะเป็นอุปสรรคต่อการเป็นเจ้าของกิจการ การถือหุ้นจากต่างชาติ และยังมีเจตนาควบคุมอำนาจการบริหารกิจการด้วย ซึ่งธุรกิจโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก และการมีข้อจำกัดสูงอาจทำให้บริษัทต่างชาติสนใจมาลงทุนลดลง

“ไทยแจ้งว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างการนำร่างประกาศดังกล่าวสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ โดยประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลธุรกิจ สร้างธรรมภิบาล เพื่อความมั่นคงของประเทศ ไม่ได้ต้องการที่จะกีดกันการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ”

นางพรทิวากล่าวว่า การหารือครั้งนี้ อียูยังได้แสดงความกังวลกรณีที่ไทยมีการออกข่าวว่าจะถอนการเปิดเสรีสุราและ บุหรี่ออกจากการเจรจาเอฟทีเอ ซึ่งได้ยืนยันไปว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการแสดงความกังวลของภาคประชาสังคมของไทยที่ไม่ต้องการ ให้มี การเปิดเสรีในเรื่องนี้ โดยรัฐบาลก็พร้อมที่ จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และยังไม่ได้หมายความว่าเป็นท่าทีของรัฐบาลไทย ซึ่งไทยจะต้องมีการประเมินผลดีผลเสียในเรื่องนี้ก่อน

“อียูยังได้ขอให้ไทยช่วยหาทางออกกรณีการขอจัดตั้งหอการค้าสหภาพยุโรปใน ประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจ โดยอียูแม้ไม่เป็นประเทศ แต่ก็มีสถานะทางกฎหมาย ซึ่งไทยแจ้งว่ากฎหมายของไทยยังไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้าในลักษณะนี้ แต่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้าของแต่ละประเทศได้