ครม.เห็นชอบประกาศ11ประเภทกิจการรุนแรงให้อีก3อยู่ในดุลพินิจบอร์ดสวล.

Submitted by info on Tue, 2010-08-31 22:03

นายมารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า นอกจากการเห็นชอบประกาศประเภทกิจการรุนแรง 11 กิจการตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือบอร์ด สวล.แล้ว ยังเห็นชอบให้อีก 3 ประเภทกิจการ ที่ต้องอยู่ในดุลพินิจบอร์ด สวล. และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ชุดต่างๆ พิจารณาว่าเป็นโครงการหรือกิจการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงหรือไม่ โดยเสนอเป็นรายพื้นที่หรือรายโครงการ คือ

1.โครงการหรือกิจการที่ต้องทำรายงานอีไอเอและอยู่ในพื้นที่หรืออาจ ส่งผลกระทบกับพื้นที่แหล่งมรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณสถาน แหล่งโบราณคดี หรือแหล่งประวัติศาสตร์ตามกฎหมาย รวมทั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ และพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1โดยยกเว้นโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมเดิมในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ที่ขอประทานบัตรใหม่ในพื้นที่เดิมที่ได้รับอนุญาตมาก่อน เว้นแต่โครงการมีผลกระทบต่อชุมชนเป็นที่ประจักษ์ในเวลา 3 ปี นับจากวันที่ยื่นประทานบัตรใหม่

2.การก่อสร้างหรือขยายสิ่งก่อสร้างถาวรนอกชายฝั่งทะเลเดิมเพื่อกัน คลื่นหรือกระแสน้ำในทะเล 3.การถมทะเล หรือทะเลสาบนอกเขตชายฝั่งเดิม ไม่รวมการพื้นฟูสภาพชายหาด กรณีที่ตั้งในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม แหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ แหล่งท่องเที่ยว แหล่งอาชีพท้องถิ่น ซึ่งประเภทนี้แยกย่อยออกมาจาก 1 ใน 11 รายการที่ประกาศเป็นโครงการรุนแรง

ทั้งนี้ ครม.เห็นชอบตามบอร์ด สวล.พิจารณาการประกาศเป็นโครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จำนวน 3 รายการ ได้แก่ 1.เตาเผาขยะติดเชื้อ 2.การผันน้ำข้ามลุ่มน้ำหลัก หรือการผันน้ำระหว่างประเทศ ยกเว้น กรณีภัยพิบัติหรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ที่เป็นการดำเนินการชั่วคราว 3.ประตูระบายน้ำในแม่น้ำสายหลัก ส่วนโครงการหรือกิจการที่ไม่เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ได้แก่ การชลประทาน และการสูบน้ำเกลือใต้ดิน