เกษตรฯ เดินหน้าโครงการข้าวหอมมะลิอินทรีย์ทุ่งกุลาร้องไห้เพื่อการส่งออกระยะสอง พื้นที่เป้าหมาย 1.5 แสนไร่ ใน 5 จังหวัด คาดเกษตรกรตอบรับ หลังพบราคาพุ่งกว่า 1.7 หมื่นบาทต่อตัน สูงกว่าข้าวเปลือกทุกชนิด
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า คณะอนุกรรมการบริหารโครงการผลิตข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการส่งออกในทุ่งกุลา ร้องไห้ ระยะที่ 2 (ปี 2552 - 2556) มีมติเห็นชอบให้ขยายขอบเขตเป้าหมายข้าวหอมมะลิอินทรีย์เพิ่มอีก 4 แสนไร่ ในช่วง 3 ปีที่เหลือ คือ ปี 2554-2556 ทั้งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการเริ่มต้นผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์เพื่อการส่งออกในทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่เป้าหมาย 157,000 ไร่ แยกเป็นรายจังหวัด ได้แก่ 1.สุรินทร์ 90,000 ไร่ 2.ร้อยเอ็ด 40,000 ไร่ 3.ศรีสะเกษ 6,000 ไร่ 4.ยโสธร 9,000 ไร่ และ 5.มหาสารคาม 12,000 ไร่
ทั้งนี้เชื่อว่า โครงการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์เพื่อการส่งออกในทุ่งกุลาร้องไห้ จะได้รับความนิยมจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่ชัดเจน จากข้อมูลในปัจจุบันวันนี้ ปรากฏชัดเจนว่า ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ในทุ่งกุลาร้องไห้มีราคาสูงกว่าข้าวเปลือกทุก ชนิด มีราคาสูงถึง 17,000 บาทต่อตัน ในขณะที่ราคาข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้มีราคา 14,400 บาทต่อตัน และข้าวหอมมะลิทั่วไปมีราคาเพียง 13,232 บาทต่อตัน
เพื่อให้การดำเนินงานและเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีความชัดเจน เนื่องจากการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ต้องอาศัยความสมัครใจของเกษตรกรใน พื้นที่โครงการฯ เป็นหลัก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประสานงานกับส่วนราชการในจังหวัด พิจารณายกร่างแผนปฎิบัติงาน กิจกรรม และงบประมาณดำเนินการ พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานเป็นรายอำเภอ ตำบลให้ชัดเจนในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2554-2556 เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับแผนปฎิบัติงานข้างต้น เสนอขอจัดสรรงบประมาณ ปี 2555 ภายใต้โครงการฯ และในแผนปฎิบัติงานของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต่อไป


