"สุทธิ" ถกชาวบ้าน 5 ก.ย.นี้ ขู่นำภาคประชาชนปิดล้อมมาบตาพุด บีบรัฐยกเลิกประกาศ 11 กิจการรุนแรง ด้าน อุตฯ หารือเอกชนสัปดาห์หน้า คาดเดินหน้าโครงการต่อได้ใน 2 สัปดาห์ ธปท.เล็งถก กนง.ปรับจีดีพีหลังศาลปลดล็อกมาบตาพุด
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า วันที่ 5 กันยายนนี้ จะมีการประชุมกับชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุด เพื่ออธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจประเด็นการตัดสินของศาลปกครอง หลังจากนั้นจะระดมเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศให้มาร่วมชุมนุมกันที่นิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลปลด 11 ประเภทกิจการรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพออกไป และให้จัดทำใหม่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้จะให้เครือข่ายติดตามปัญหาชาวบ้านในพื้นที่ว่าต้องพบเจอสภาพปัญหาอย่างไรบ้าง โดยจะปิดล้อมบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด คาดว่าจะเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อ จนกว่าข้อเรียกร้องของภาคประชาชน จะได้รับการตอบรับจากรัฐบาล
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่ามีโครงการใดบ้างเข้าข่ายประกาศประเภท ขนาดและวิธีปฏิบัติสำหรับโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง 11 ประเภท ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องกลับไปพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันที่ 6 กันยายนนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะนัดผู้ประกอบการทั้ง 76 โครงการ มารับทราบคำพิพากษาของศาล พร้อมแนบรายละเอียดของประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรง เพื่อให้กลับไปพิจารณาว่ามีโครงการของใครเข้าข่ายประกาศประเภทกิจการรุนแรง หรือไม่ จากนั้นให้ส่งหนังสือกลับมายังหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อยกเลิกคำสั่งระงับการลงทุนชั่วคราว และเดินหน้าต่อไปได้
"หากโครงการใดไม่อยู่ใดข่ายของประกาศกิจการรุนแรงก็คาดว่าจะสามารถเพิก ถอนคำสั่งระงับโครงการลงทุนได้ภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนโครงการใดที่อยู่ในข่ายกิจการรุนแรงจะต้องเร่งดำเนินการตามมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ถึงจะจบกระบวนการทั้งหมดและสามารถดำเนินกิจการได้" นายพุทธิพงษ์กล่าว
ขณะที่ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.จะนำปัจจัยมาบตาพุด ซึ่งถือว่ามีความชัดเจนและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนได้มากขึ้น เข้าไปประกอบการพิจารณาปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่อีก ครั้ง ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ซึ่งปัจจุบัน กนง.มีการประเมินการเติบโต


