ขีดเส้น7วันขึ้นราคาน้ำนมดิบ

Submitted by info on Mon, 2010-09-06 10:33

เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจี้มิลล์บอร์ดเสนอครม.พิจารณาขึ้นราคาน้ำนมดิบด่วน ขีดเส้นให้เวลา 7 วัน เผยภาวะอากาศทั้งแล้ง ร้อนจัด ฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล ดันต้นทุนเพิ่ม เกษตรกรรายย่อยเดือดร้อนหนักเหลือรายได้แค่วันละ 150 บาทต่อครอบครัว

นายนพดล เจริญกิตติ รองประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัดและรองประธานกรรมการสหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากการที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศได้เสนอให้คณะกรรมการโคนมและ ผลิตภัณฑ์นม (มิลล์บอร์ด)พิจารณาปรับราคาประกันรับซื้อน้ำนมดิบจากกก.ละ 16.50 บาท เป็นกก.ละ 18 บาท แต่มิลล์บอร์ดเห็นชอบให้ปรับราคาเป็นกก.ละ 17 บาท ซึ่งเกษตรกรได้ยอมรับราคาดังกล่าวแล้ว แต่ปรากฏว่า ณ เวลานี้เกษตรกรยังไม่สามารถขายน้ำนมดิบในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมได้ เพราะผลการเห็นชอบของมิลล์บอร์ดต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาก่อน และคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พิจารณาขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นมเรียบร้อยก่อน

สาเหตุที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเสนอให้พิจารณาปรับขึ้นราคาประกันรับซื้อน้ำ นมดิบ เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่แล้งและภาวะอากาศร้อนจัดมาก ทำให้อาหารสัตว์ที่เป็นอาหารหยาบ เช่นฟางข้าว กากมันสำปะหลังสูงขึ้น และฤดูฝนก็มาล่าช้ากว่าปกติทำให้การทำนาต้องเลื่อนเวลา ครั้นพอเข้าฤดูฝนเกิดภาวะฝนตกผิดปกติคือบางเวลาตกหนักมาก ทำให้การเก็บเกี่ยวหญ้าอาหารสัตว์ได้น้อย จึงทำให้ปริมาณฟางข้าว หญ้าอาหารสัตว์และกากมันน้อยลงและราคาสูงขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมกราคมอาหารสัตว์ดังกล่าวซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 60% ของต้นทุนน้ำนมดิบเพิ่มขึ้นแล้ว 18%

"อยากให้ทางมิลล์บอร์ดเร่งรัดการนำเรื่องขึ้นราคาน้ำนมดิบเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบโดยเร็ว เกษตรกรได้หารือกันเมื่อวันที่2 กันยายน เห็นว่าภายใน 7 วันนับจากวันที่ 2 กันยายน ควรจะนำเรื่องเสนอครม.ได้แล้ว เพราะเวลานี้เกษตรกรรายย่อยซึ่งมีสัดส่วน60% ของประเทศกำลังเดือดร้อนหนัก เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยมีรายได้จากการขายน้ำนมดิบได้เพียง ครัวเรือนละประมาณ 150 กก./วันเท่านั้น หากคำนวณที่ต้นทุนการผลิตกก.ละ 13.91 บาท (ต้นทุนคำนวณโดยเกษตรกร ส่วนต้นทุนคำนวณโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)กก.ละ 13.27 บาท)เพราะเกษตรกรขายหน้าฟาร์มได้จริงเพียงกก.ละ 15 บาท เท่ากับมีกำไรกก.ละ 1บาท หรือเป็นรายได้ 150 บาทต่อวัน เนื่องจากกว่าจะถึงผู้ซื้อปลายทางมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าขนส่งและค่าปรับ อุณหภูมิน้ำนมกก.ละประมาณ 1.70 บาท จึงไม่ได้เต็มราคาประกันกก.ละ 16.50 บาท"นายนภดลกล่าวและว่า

ส่วนการพิจารณาขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นม ของคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เนื่องจากช่วงเดือนตุลาคม 2551-มกราคม 2552 ราคาประกันรับซื้อน้ำนมดิบอยู่ที่ระดับกก.ละ 18 บาท ก่อนจะลงมาอยู่ที่กก.ละ16.50 บาทเดือนมกราคมถึงเมษายน 2552 โดยที่รัฐบาลชดเชยให้กก.ละ 1.50 บาท และเลิกชดเชยหลังเดือนเมษายน 2552 เป็นต้นมา จึงอยากให้คณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าฯศึกษาต้นทุนน้ำนมดิบของผู้ประกอบการ ให้ดีก่อน หากแจ้งไว้ที่กก.ละ 18 บาท เท่ากับว่ายังเกินราคาน้ำนมดิบปัจจุบัน จึงไม่จำเป็นต้องนำการขึ้นราคารับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรครั้งนี้มาเป็นเหตุ ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นม

นายนพดล กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำนมดิบในปัจจุบันว่า เกษตรกรสามารถขายได้สูงกว่าราคาประกัน บางแห่งมีการซื้อกันที่กก.ละ 17 บาท เพราะเป็นช่วงใกล้เวลาโรงเรียนปิดเทอม ผู้ประกอบการจึงเร่งซื้อน้ำนมดิบผลิตนมส่งมอบโครงการนมโรงเรียน อย่างไรก็ดีช่วงโรงเรียนปิดเทอมอาจเกิดสถานการณ์น้ำนมดิบล้นได้ เพราะผู้ประกอบการได้เร่งซื้อช่วงนี้ไปผลิตผลิตภัณฑ์นมกันจำนวนมากแล้ว ช่วงปิดเทอมจึงมีความเป็นห่วงปริมาณน้ำนมดิบและราคาที่เกษตรกรจะขายได้

ด้านนายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ ประธานชมรมนมสร้างชาติ กล่าวว่าการขอขึ้นราคาน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่มิลล์บอร์ดเห็นชอบราคาประกันขั้นต่ำที่กก.ละ 17 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมเพราะว่าต้นทุนการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรหลายกลุ่ม ยังอยู่ในระดับสูง หากปรับราคาขึ้นให้กับเกษตรกรจะทำให้เขามีรายได้ที่ดีขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์นมจากภาวการณ์แข่งขันของตลาดที่ยังรุนแรงอยู่ผู้ประกอบการคงจะ ขึ้นราคาได้ลำบาก อย่างไรก็ดีขณะนี้ทางชมรมนมสร้างชาติอยู่ระหว่างศึกษาวิธีที่จะทำให้ต้นทุน การเลี้ยงโคนมของเกษตรกรให้ต่ำลงกว่าปัจจุบันคาดว่าจะมีคำตอบเร็วๆ นี้