ภาคเกษตรลุงแซมรับทรัพย์ส่งออกพุ่ง

Submitted by info on Mon, 2010-09-06 00:00

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐอเมริกาจะยังยอบแยบ ฟื้นตัวได้อย่างล่าช้า แต่รัฐบาลกลางคาดการณ์ว่า ภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกาจะไปได้ดี เนื่องจากการขยายตัวของการส่งออก

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า ตัวเลขการคาดการณ์ที่เผยแพร่โดยรัฐบาลกลางในวันอังคารที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา สอดคล้องกับการคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ที่ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าภาคเกษตร จะไม่โดนผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำมากนัก และเป็นภาคเศรษฐกิจที่จะขยายตัวได้

นายจาสัน อาร์. เฮนเดอร์สัน รองประธานและนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางเมืองแคนซัส สาขาโอมาฮ่า ระบุว่า "ภาคเกษตรกำลังฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นไปอีก" รัฐบาลกลางคาดการณ์ว่า จนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ตามปีงบประมาณ เกษตรกรสหรัฐฯ จะส่งออกสินค้าเกษตรมีมูลค่าถึง 107,500 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ มูลค่าที่เคยได้สูงสุดคือ 115,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2551 ซึ่งเกิดจากราคาสินค้าเกษตรที่ถีบตัวสูงขึ้นไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจใน ประเทศกำลังพัฒนา

นายทอม วิลแซค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่าการส่งออกสินค้าเกษตรในปีงบประมาณหน้าคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องไปที่ 113,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะมีสินค้าจำพวกธัญพืชและเนื้อสัตว์เป็นหัวเรือ และกล่าวถึงการประมาณการนี้ว่าทำให้ "กำลังใจเพิ่มขึ้นมาก"

มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เกิดจากราคาสินค้าเกษตรหลายตัวสูงขึ้น รวมทั้งราคาข้าวสาลีที่ถีบตัวสูงขึ้นมากเนื่องจากเกิดปัญหาความแห้งแล้งและ อากาศร้อนในรัสเซีย ยูเครนและคาซัคสถาน การส่งออกไปที่ตลาดเอเชียก็เพิ่มขึ้นโดยในปีหน้าคาดว่าจีนจะกลายเป็นผู้ซื้อ สินค้าเกษตรใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐอเมริกาแซงหน้าเม็กซิโก โดยแคนาดายังเป็นผู้ซื้ออันดับหนึ่งเหมือนเดิม

ปีนี้คาดว่าสหรัฐอเมริกาจะส่งออกข้าวสาลีมีมูลค่ารวม 6,000 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เนื่องจากข้าวสาลีถูกขายล่วงหน้าไปแล้วก่อนที่ราคาจะขึ้น แต่มูลค่าส่งออกในปีงบประมาณหน้า ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่ารวม 8,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มทั้งราคาและปริมาณส่งออก

นอกจากข้าวสาลีแล้ว ราคาสินค้าเกษตรตัวอื่นก็เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้เกษตรกรอเมริกันเริ่มใช้จ่าย นายบิลล์ ฮอแรน ชาวไร่ข้าวโพดที่รัฐไอโอวา กล่าวว่า "ยิ่งความต้องการเพิ่มขึ้น ราคาก็จะถีบตัวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำให้ราคาเพิ่ม 10 15 หรือแม้กระทั่ง 20 เซ็นต์ต่อบุชเชล" ตอนนี้ราคาข้าวโพดอยู่ที่ 4 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบุชเชล "ราคาขนาดนี้ทำให้ภรรยาผมออกไปซื้อโซฟาตัวใหม่และทำให้ผมสามารถเปลี่ยนยาง ใหม่รถปิกอัพได้"

ฝ้าย เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมก็มีราคาสูงขึ้นมาก ในปีหน้าคาดว่ามูลค่าส่งออกฝ้ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 4,800 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และ 3,500 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่ผลิตผลเกษตรของสหรัฐฯ ดีในขณะที่อุปทานสำหรับตลาดโลกมีน้อย อย่างไรก็ดีราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้และปีหน้ายังไม่สามารถ ทำลายสถิติในปี 2008 ได้และเนื่องจากสินค้าเกษตรมีสัดส่วนในต้นทุนผลิตอาหารไม่มาก ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาสินค้าอาหารโดยเฉลี่ยในซูเปอร์ มาร์เก็ตไม่เพิ่มขึ้นมากนักในปีนี้

แม้ว่าภาคเกษตรเป็นส่วนเล็ก ๆ ในระบบเศรษฐกิจรวมของสหรัฐอเมริกา แต่มีผลกระทบค่อนข้างสูงต่อชีวิตความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท และมีผลถึงผู้ค้าและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง มีรายงานว่ารายได้ภาคเกษตรคิดเป็นเงินสดสุทธิในปีนี้เท่ากับ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับรายได้เงินสดในปีที่แล้วและสูงกว่าเฉลี่ย 72,000 ล้านดอลลาร์ในรอบสิบปี

ผลผลิตส่วนใหญ่ประมาณ 75% ในภาคเกษตรสหรัฐฯ เกิดจากการผลิตของฟาร์มขนาดใหญ่ 271,000 ฟาร์ม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียง 12% ของจำนวนฟาร์มทั้งหมดในสหรัฐฯ และฟาร์มใหญ่ ๆ พวกนี้คาดว่าจะมีรายได้สุทธิประมาณ 220,000 ดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับรายได้สุทธิในปีที่แล้ว เมื่อเฉลี่ยกับจำนวนฟาร์มทั้งหมด ประมาณว่ารายได้ครัวเรือนเกษตรกรสหรัฐอเมริกาในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกือบ 6% เมื่อเทียบกับปีแล้วโดยแต่ละครัวเรือนจะมีรายได้เฉลี่ยที่ 81,670 ดอลลาร์ (ประมาณ 253,000 บาท) ในปีนี้

อย่างไรก็ดี ครัวเรือนเกษตรกรของสหรัฐอเมริกามีรายได้ส่วนใหญ่จากงานนอกภาคเกษตรและการลง ทุน โดยในปีนี้คาดว่ารายได้สุทธิที่มาจากการทำเกษตรคิดเป็นสัดส่วน 11% ของรายได้รวมของครัวเรือน โดยรายได้จากนอกภาคเกษตรและภาคเกษตรของครัวเรือนเกษตรกรอเมริกันปีนี้จะ เพิ่มขึ้นทั้งคู่