พรทิวากล่อมอาเซียน ยอมดันไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวโลก ขณะที่ผู้ส่งออกแฉเหตุราคาข้าวในประเทศร่วง หลังมีบางรายได้ข้าวจากสต๊อกรัฐล็อตแรกแล้วรีบนำไปขายก่อน หวั่นถูกขายตัดราคา
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) เมื่อเดือน ส.ค. ที่ประเทศเวียดนาม นอกจากไทยจะหารือกับเวียดนามเพื่อจัดทำความร่วมมือค้าข้าวแล้ว ไทยยังได้หารือกับกัมพูชา พม่า และลาว เพื่อร่วมกันพยุงราคาข้าวและดูแลสต๊อกข้าวอาเซียน ซึ่งทุกประเทศสนใจให้ไทยเป็นศูนย์กลางการนำเข้าข้าวเพื่อพัฒนาและส่งออก เหมือนเป็นเทรดดิงคอมปะนี
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงภาคเอกชนของแต่ละประเทศ เพื่อเร่งดำเนินการดูแลเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้เกิดปัญหาแย่งตลาดและขายตัด ราคากันเอง
ด้านนายสมพงษ์ กิตติเลียงลาภ ประธานกรรมการ บริษัท พงษ์ลาภ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวสารในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยตันละ 100200 บาท สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้ส่งออกที่ซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลล็อตแรกประมาณ 1 ล้านตัน รีบนำข้าวเหล่านั้นออกมาขายก่อน เพราะกลัวว่ารัฐบาลจะประกาศขายล็อตใหม่และจะทำให้ขายไม่ได้ราคาดีเท่าที่ควร เพราะมีข้าวในตลาดมาก
“ราคา ข้าวในประเทศไม่ควรจะลง เพราะความต้องการในตลาดมีมาก แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้แจ้งราคาว่าข้าวราคาลดลง น่าจะเป็นเพราะผู้ส่งออกที่ได้ข้าวรัฐไปในล็อตแรกรีบนำออกไปขายก่อน เพราะกลัวว่า ผู้ส่งออกที่จะได้อีกในล็อตหลังจะนำไปขายตัดราคากันเอง จนทำให้ราคาในประเทศลดลง” นายสมพงษ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐเปิดขายข้าวล็อตที่ 2 นั้น บริษัท พงษ์ลาภ ได้เสนอซื้อข้าวขาว 5 แสนตัน แต่ได้รับอนุมัติขายให้เพียง 2 แสนตัน ในราคาซื้อที่ตันละ 1.2 หมื่นบาทเพราะมีผู้ส่งออกรายอื่นเสนอซื้อซ้ำโกดังกัน แต่ให้ราคาดีกว่า จึงขายให้ไป ซึ่งภายในวันที่ 6 ก.ย.นี้ บริษัทจะทำสัญญาซื้อขายกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) แต่หากอคส.ไม่ยอมทำสัญญา ก็พร้อมจะคืนข้าวดังกล่าวให้รัฐ เพราะเกรงว่า หากขนข้าวออกจากโกดัง บริษัทอาจมีความผิดได้ ส่วนข้าวเหนียว และข้าวหอมปทุมธานี ที่เสนอซื้อไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้อนุมัติขายให้เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ที่เสนอซื้อคือ บริษัท ไทยฟ้า และบริษัท เจียเม้ง
สำหรับการเปิดขายล็อตต่อไปของรัฐบาลนั้น บริษัทมีแผนจะเสนอซื้อข้าวขาวอีก 3 แสนตัน โดยจะเพิ่มราคาเสนอซื้อให้อีกตันละ 100 บาท เพราะเชื่อว่า ราคาข้าวไม่มีเหตุผลที่จะลดลงไปจนถึงปลายปีนี้ เพราะขณะนี้ไม่มีข้าวในตลาดเลย ขณะที่ความต้องการในต่างประเทศสูงจากปัญหาภัยธรรมชาติ


