นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ พิจารณาวาระเร่งด่วน กรณีเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบความถูกต้องในการออกประกาศประเภทโครงการหรือกิจการ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ตามมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จังหวัด ระยอง ผลการพิจารณาของ กสม. มีดังนี้
๑. กสม. เห็นว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อสิทธิบุคคล ชุมชน และสังคมไทยโดยรวม จึงพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วน มีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาร่วมกันแบบบูรณาการ มีประเด็นที่เชื่อมโยงกันหลายประเด็น ไม่ว่าเรื่องธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคม กระบวนการยุติธรรม ผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มคนที่อ่อนแอ เช่น เด็กทารก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้แรงงาน ผลกระทบต่อสิทธิชุมชน และสิ่งแวดล้อม
๒. กสม.เห็นว่าโจทย์ในการพิจารณาเบื้องต้น คือ การพิจารณาหาความจริงว่ามีเหตุผลใดที่ข้อเสนอของคณะกรรมการสี่ฝ่ายแก้ปัญหา มาบตาพุดที่ให้มี ๑๘ โครงการกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เหตุใดทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาตัดเหลือเพียง ๑๑ โครงการกิจการ
นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ประสานงานติดต่อไปยังคณะกรรมการสี่ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด ในขั้นต้น นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการสี่ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด ได้ตอบรับแล้วที่ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะไปพบปะหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลในสัปดาห์หน้า
อนึ่ง นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้ทำ หนังสือด่วนที่สุดถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อขอข้อมูลทั้งหมด ในกระบวนการพิจารณา ตลอดจนมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม และคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการได้มาซึ่ง ๑๑ โครงการ กิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ว่ามีเหตุผลหลักฐานทางวิชาการรองรับแค่ไหนเพียงใด เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อไป


