อาเซียนเร่งสมาชิกลดภาษีเหลือ0% หอการค้าอินเดียชี้FTAช่วยเพิ่มมูลค่าการค้า2ฝ่าย


18 August 2009

ประชาชาติธุรกิจ 18 ส.ค. 52 - อาเซียนเร่งประเทศสมาชิกลดภาษีสินค้าอ่อนไหว หวั่นเป็นตัวฉุดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้าน "อามิท มิตรา" หอการค้าอินเดีย หนุนลงนาม FTA อาเซียน-อินเดีย มั่นใจช่วยกระตุ้นการค้าทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่ม

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 41 เริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ส.ค. ประเด็นสำคัญที่มีการหารือกันคือ การเดินหน้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในการประชุมคณะมนตรีเขตเศรษฐกิจการค้าเสรีอาเซียน (AFTA Council) ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลงในการลดภาษีในกลุ่มสินค้าอ่อนไหวสูงตามตารางที่ผูกพันไว้

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประเทศสมาชิก 3 ประเทศที่ยังเหลือรายการสินค้าอ่อนไหวสูงคือ อินโดนี เซีย 2 รายการ คือ ข้าวและน้ำตาล โดยข้าวผูกพันที่จะลดภาษีเป็น 25% ในปี 2558 น้ำตาลผูกพันจะลดภาษีจาก 30-40% เป็น 5-10% ในปี 2558 มาเลเซีย 1 รายการ คือ ข้าว ผูกผันที่จะลดภาษีจาก 40% เป็น 20% ในปี 2553 และฟิลิปปินส์ 1 รายการ คือ ข้าว ปัจจุบันยังไม่ได้ผูกพันการลดภาษี แต่เรียกเก็บภาษีนำเข้าตามองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ 40% และกำหนดโควตา 3.5 แสนตัน ส่วนสินค้าอ่อนไหวอื่นๆ อาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้ตกลงจะลดภาษีเหลือ 0-5% ในปี 2553 ยกเว้นอาเซียนใหม่ที่จะช้าออกไป โดยไทยมีสินค้าอ่อนไหว 7 รายการ

ผลจากการไม่ปฏิบัติตามตารางข้อผูกพัน จะทำให้เกิดปัญหาเรียกร้องให้มีการชดเชยหรือตอบโต้ทางการค้า ในส่วนของไทยถือเป็นผู้ส่งออกทั้งข้าวและน้ำตาล จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกรณีน้ำตาลของอินโดนีเซีย ซึ่งแต่เดิมไทยเคยเป็นผู้ครองตลาดอันดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันได้เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับประเทศอื่นไปแล้ว และที่ผ่านมาไทยก็ได้มีการเจรจาชดเชย ซึ่งอินโดนีเซียได้ยอมเปิดตลาดข้าวให้กับไทยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไทยไม่ต้องการที่จะให้มีการเจรจาต่อรองกันอีก และไม่ต้องการที่จะตอบโต้ทางการค้า แม้ว่าตามข้อตกลงจะเปิดโอกาสให้ทำ ได้ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-อินเดีย ด้านการค้าสินค้า (trade in goods) โดยฝ่ายไทยมี นางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์ เป็นประธานร่วมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอีก 9 ประเทศลงนามความตกลง ร่วมกับ H.E. Anand Sharma รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ความตกลงดังกล่าวจะเริ่มทยอยลดภาษีสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2553 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างอาเซียน-อินเดีย จาก 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2551 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นล้านเหรียญในปี 2559 ขณะที่ไทยหวังว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้า ไทย-อินเดียจาก 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นายอามิท มิตรา เลขาธิการสมาพันธ์ หอการค้าและอุตสาหกรรมอินเดีย (FICCI) กล่าวถึงผลสำเร็จจากการลงนามในความตกลงการค้าเสรีด้านสินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อินเดีย (AIFTA) ว่า ความตกลงครั้งนี้มีความสำคัญกับภาคธุรกิจอินเดีย เนื่องจากขณะนี้อาเซียนมีตัวเลขนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อินเดียส่งออกมายังอาเซียนในสัดส่วนที่น้อยมาก ดังนั้นความตกลงนี้จึงเป็นสิ่งกระตุ้นให้การค้าขยายตัวเพิ่มขึ้น

ด้านการเปิดตลาดสำหรับสินค้าอ่อนไหว ซึ่งฝ่ายอินเดียให้ความสำคัญ ขณะเดียวกัน การกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ให้ใช้วัตถุดิบจากภายในอาเซียนและอินเดียได้ไม่ต่ำกว่า 35% ก็ทำให้ภาคธุรกิจอินเดียคลายกังวลกับปัญหาเรื่องการสวมสิทธิใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างอาเซียนกับอินเดียของประเทศที่ 3

แหล่งข่าว: 

คำชี้แจง

เนื้อหาข่าวที่รวบรวมในเว็บไซต์นี้ เป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด