หัวข้อข่าวเดิม - กระทรวงเกษตรฯ บินตรวจน้ำท่วม ลุ่มน้ำป่าสัก-ชัยนาท จ.สุพรรณ สถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัว เผยอนาคตอาจต้องเช่าพื้นที่เกษตรกรเพื่อเป็นแหล่งพักน้ำฤดูน้ำหลากและ กักเก็บน้ำในหน้าแล้ง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บินตรวจน้ำท่วมลุ่มน้ำป่าสัก-ชัยนาท พบสถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัว เผยอนาคตอาจต้องเช่าพื้นที่เกษตรกร เป็นแหล่งพักน้ำฤดูน้ำหลาก และกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังจากบินตรวจพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำในพื้นที่ จ.สุพรรณ เมื่อวานนี้(2 พย)พบว่า อำเภอสามชุก บางปลาม้าและอำเภออู่ทอง น้ำยังอยู่ในปริมาณมากและเริ่มทรงตัว โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มคาดว่าจะเริ่มคลี่คลายปลายเดือนพฤศจิกายน โดยกรมชลประทาน ได้พยามที่จะเร่งบริหารจัดการระบายน้ำ ซึ่งการระบายน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีความยากลำบาก เพราะแต่ละเขื่อน ระดับน้ำยังเกินความจุที่จะรองรับได้ ทั้งอ่างเก็บน้ำกระเสียว เขื่อนพระรามหก และเขื่อนป่าสัก แต่ยังโชคดีที่มีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งในปีนี้สามารถบรรเทาภาวะน้ำท่วม ในลุ่มน้ำป่าสักที่จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างมาก โดยรองรับน้ำได้ถึง 960 ล้านลูกบาศก์เมตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในอนาคตว่า จ.อ่างทอง และพระนครศรีอธุยา มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ หากสร้างพนังกันน้ำและระบบป้องกันน้ำทุกชุมชน น้ำจะระบายได้ยากลำบาก ในบางพื้นที่อาจต้องเผชิญภาวะน้ำท่วมหนัก จึงต้องหามาตรการที่จะช่วยชาวนาให้ปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งในช่วงเวลาที่น้ำหลากอาจต้องเช่าพื้นที่นาของเกษตรกรเป็นพื้นที่รับน้ำ และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งต้องศึกษาความเป็นไปได้และมีการสำรวจพื้นที่อีกครั้ง





