นายกรัฐมนตรี ระบุ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง ครั้งที่ 4 ...

Submitted by info on Wed, 2010-11-17 17:17

นายกรัฐมนตรี ระบุ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง ครั้งที่ 4 เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนากลุ่มประเทศสมาชิกและประเทศอื่น

นายก รัฐมนตรี ระบุ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง ครั้งที่ 4 เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนากลุ่มประเทศสมาชิกและประเทศอื่น พร้อมย้ำ ต้องเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงการติดต่อของประชาชนในกลุ่มประเทศสมาชิก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิร วดี เจ้าพระยา แม่โขง หรือ ACMECS ครั้งที่ 4 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าการเข้าประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตนเอง โดยขอย้ำถึงพันธกิจกรณีของประเทศไทยที่มีต่อกรอบความร่วมมือ โดยสำหรับประเทศไทยแล้ว ACMECS ถือเป็นกรอบความร่วมมือที่มีลักษณะพิเศษ เนื่องจากเป็นเวทีหารือเฉพาะของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงโดยแท้จริง และการประชุมครั้งนี้ถือว่าอยู่ช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะเป็นเวลาที่หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาจำนวนมาก ได้ให้ความสนใจต่อคณะอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และจากวิสัยทัศน์ในช่วงเริ่มต้นก่อตั้ง ACMECS จะเห็นได้ว่ากลุ่มประเทศสมาชิกกำลังก้าวเข้าสู่ความเจริญรุ่งเรือง และการพัฒนาที่สมดุลร่วมกันในภูมิภาคบพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง โดยเห็นได้จากในตัวเลขการค้าของครึ่งปีแรกในปี 2552 มูลค่าการค้าของไทยกับประเทศ ACMECS เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 นอกจากนี้ ยังได้เห็นถึงการพัฒนาที่สำคัญในสาขาการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจน มากขึ้น ทั้งนี้ รู้สึกยินดีที่การประชุมในครั้งนี้ ผู้นำประเทศ ACMECS จะมีการหารือกับผู้แทนภาคธุรกิจ ACMECS ซึ่งภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งความคืบหน้าในความร่วมมือของกลุ่มประเทศสมาชิกในบางสาขาที่มีความ ก้าวหน้า เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งล่าสุดประเทศไทยได้เห็นชอบและอยู่ในแผนที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่โครงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า การพัฒนาเพียงโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอในการขนส่งสินค้า และการเดินทางของประชาชนในภูมิภาคได้อย่างเสรี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงด้านกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกควบคู่ไปด้วย โดยประเทศไทยได้พยายามเร่งรัดกระบวนการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่ง ข้ามพรมแดน และล่าสุดรัฐสภาของไทยได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการความตกลงการตรวจลงตรา เดียวภายใต้กรอบ ACMECS แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงทำให้ไทยพร้อมที่จะดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ 3 และส่งเสริมแนวคิด 5 ประเทศ 1 จุดหมาย นอกจากนี้ กลุ่มประเทศสมาชิกยังจะมีความร่วมมือทั้งในด้านสาขาการเกษตรกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย