ถั่วเหลืองผสมโรงน้ำมันปาล์มยื่นคน.ขอขึ้นราคา


28 February 2011

ผู้บริโภคอ่วมอีก ปัญหาน้ำมันปาล์มขวดขาดแคลนยังไม่คลี่คลาย เจอน้ำมันถั่วเหลืองขอขึ้นราคาอีก อ้างเมล็ดถั่วราคาพุ่ง โรงงานถั่วเหลือง 4 โรงต้องหยุดการผลิต ขณะที่การกระจายน้ำมันปาล์มขวดเข้าห้างยังไม่สามารถตกลงกันได้ หลังโรงกลั่นยืนกระต่ายขาเดียว ต้องลดค่าธรรมเนียมการจำหน่ายสินค้าลง

แม้ว่าคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติจะมีมติสั่งให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ จำนวน 30,000 ตัน จาก ประเทศมาเลเซียเข้ามาทันที เพื่อให้โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ผลิตเป็นน้ำมันปาล์มจุกชมพู จำหน่ายให้ผู้ผลิตถึง 22 ล้านขวด ภายในกลางเดือนมีนาคมนี้

แต่ปัญหา ของระบบน้ำมันพืชภายในประเทศก็ยังไม่คลี่คลาย เมื่อกลุ่มโรงงานผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองยื่นขอปรับราคาน้ำมันถั่วเหลือง เข้ามาอีก ในขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มจุกชมพูลอตใหม่ก็ยังประสบปัญหา เมื่อโมเดิร์นเทรดกับผู้จัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มยังไม่สามารถตกลงกันได้ถึงต้น ทุนค่าใช้จ่ายในการนำน้ำมันปาล์มจุกชมพูเข้าห้าง

นายวิชิต วิทยฐานกรณ์ นายกสมาคมน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองเตรียมยื่นเรื่องขอให้กรมการค้าภายในพิจารณาปรับ ขึ้นราคาเพดานขายปลีกน้ำมันถั่วเหลือง จากปัจจุบันที่กำหนดไว้ขวดละ 46 บาท ภายในเดือนมีนาคมนี้

โดยสาเหตุที่ต้องขอปรับขึ้นราคา เป็นเพราะราคาเมล็ดถั่วเหลือง ได้ปรับขึ้นมาต่อเนื่อง จากตันละ 900 เหรียญสหรัฐ ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2553 ขณะนี้ได้ปรับขึ้นไปถึงตันละ 1,500 เหรียญสหรัฐแล้ว

"โรงงานผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองทั้ง 4 ราย จากทั้งหมด 10 ราย ไม่สามารถผลิตน้ำมันถั่วเหลืองออกสู่ตลาดได้แล้ว ประกอบกับที่ผ่านมา น้ำมันปาล์มขวดขาดแคลน ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้น้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปาล์มที่แพงกว่าน้ำมันถั่วเหลืองเพียง 1 บาท ยังทำให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองมากขึ้น จนเกิดปัญหาขาดตลาดอย่างหนัก"

ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลนและมีราคาแพง ด้วยการเร่งนำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์จากมาเลเซียมาให้โรงกลั่นน้ำมัน ปาล์มบริสุทธิ์ผลิตเป็นน้ำมันปาล์มจุกชมพูนั้น นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการหารือกับโรงกลั่นน้ำมันปาล์มทั้ง 10 โรงที่ได้รับการจัดสรรโควตานำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ลอตใหม่ จำนวน 30,000 ตัน ได้รับการยืนยันว่า ทุกโรงงานจะเดินเครื่องผลิตน้ำมันปาล์มจุกชมพูได้หลังเที่ยงคืนของวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และจะทยอยนำน้ำมันปาล์มจุกชมพู ออกสู่ตลาดเต็มกำลังการผลิตภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ทั้งนี้ น้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ จำนวน 30,000 ตัน ลอตใหม่ (การจัดสรรโควตาตามตารางประกอบ) ทางองค์การคลังสินค้า (อคส.) ซื้อจากบริษัท เทรดดิ้ง Wilmar ในราคา 1,258 ตัน ซึ่งถูกกว่าน้ำมันปาล์มลอตแรก เนื่องจากเป็นช่วงที่มาเลเซียเร่งระบายน้ำมันปาล์มออกนอกประเทศ ส่งผลให้เงินชดเชยการขาดทุน จากการตรึงราคาน้ำมันปาล์มไว้ที่ขวดละ 47 บาท "ลดลง" จากที่กำหนดจะชดเชยลิตรละ 5 บาท เหลือเพียงลิตรละ 3.20 บาท

อย่าง ไรก็ตาม การกระจายน้ำมันปาล์มจุกชมพูเข้าสู่ห้างโมเดิร์นเทรดยังประสบปัญหา เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ยืนยันที่จะส่งน้ำมันปาล์มจุกชมพูให้ ห้างโมเดิร์นเทรดในราคาขวดละ 44 บาท และให้ห้างจำหน่ายปลีกที่ราคาขวดละ 47 บาท ในประเด็นนี้ มีทางบิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต ยืนยันว่า ต้นทุน 44 บาท ที่โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ส่งให้ห้างเพื่อจำหน่ายปลีกในราคาขวดละ 47 บาทนั้น ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรอต้องรับภาระขาดทุน มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าขนส่ง-การกระจายสินค้า และการบริหารจัดการ จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลในส่วนนี้

ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม บริสุทธิ์ยังคงยืนยันให้กรมการค้าภายในช่วยไกล่เกลี่ยปัญหากับโมเดิร์นเทรด โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดค่าธรรมเนียมการจำหน่ายสินค้า เพราะถือเป็นต้นทุนเพิ่ม "หากยังไม่ลดค่าธรรมเนียมให้ เราจะไม่ยอมส่งน้ำมันปาล์มให้ห้างอย่างแน่นอน"

ขณะที่นายอัสนี มาลัมพุช นายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม กล่าวถึง สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศล่าสุดยังมีเหลืออยู่ประมาณ 50,000 ตัน จากปกติที่ควรมีสต๊อกประมาณ 120,000 ตัน แต่สมาคมเชื่อว่าสถานการณ์น้ำมันปาล์มจะกลับมาคลี่คลาย เพราะผลผลิตปาล์มสดฤดูใหม่ในประเทศจะทยอยออกในเดือนมีนาคมนี้

"ทาง โรงกลั่นก็จะเข้าไปรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัด และโรงสกัดเข้าไปรับผลปาล์มสดจากทางเกษตรกร แต่ยังไม่สามารถประเมินทิศทางราคาได้ว่า น้ำมันปาล์มบรรจุขวดหลังจากนี้ไป จะขายในราคา 47 บาท ต่อไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับราคาต้นทุนผลปาล์มสด เนื่องจากราคาขายน้ำมันปาล์มขวดละ 47 บาท คำนวณจากน้ำมันปาล์มดิบ 31 บาท/ก.ก. หรือทอนกลับไปเป็นผลปาล์มสดจะอยู่ที่ 5.5-6 บาท/ก.ก. เท่านั้น"

ส่วน กรณีที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติมีมติให้กระทรวงพลังงานโอน น้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 5,000 ตัน มาให้กับโรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ผลิตเป็นน้ำมันปาล์มขวดจำหน่ายในราคา ขวดละ 47 บาท โดยโรงกลั่นจะได้รับเงินชดเชยการขาด ทุนลิตรละ 9.50 บาทนั้น

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวภายหลังการ หารือร่วมกับกลุ่มโรงงานผู้ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล B100 พบว่าโรงงานมีปริมาณ สต๊อกเหลืออยู่แค่ 7,700 ตัน หากแบ่งสต๊อกน้ำมันปาล์มไปให้ผู้บริโภค สต๊อกของโรงงาน B100 ก็จะเหลือแค่ 2,200 ตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของบริษัทน้ำมันแน่

"กระทรวงพลังงาน ช่วยเหลือได้อยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อสต๊อก B100 เหลือน้อยลง เราไม่ต้องการให้โรงงาน B100 ซื้อปาล์มน้ำมันเข้ามาผลิตเอง ไม่อย่างนั้น ปัญหามันก็จะวนกลับมาที่เดิมอีก ตอนนี้กำลังคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร เพื่อเสนอต่อกระทรวงพาณิชย์ต่อไป"

ด้านแหล่งข่าวจากสมาคมผู้ผลิตไบโอ ดีเซล (B100) กล่าวว่า กลุ่มผู้ผลิต B100 พร้อมที่จะแบ่งส่วนที่เป็นสต๊อกน้ำมันปาล์ม เพื่อเข้าสู่การผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อการบริโภคที่ 5,000 ตันได้ และจะพยายามใช้สต๊อกเก่าเท่าที่มีอยู่ 2,200 ตันไปก่อน โดยที่โรงงานจะ "ไม่ซื้อ" น้ำมันปาล์มเข้ามาผลิต B100 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 มีนาคม 2554 ซึ่งเป็นวันที่น้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์จากมาเลเซียลอตที่สอง 30,000 ตันเข้ามาถึงนี้

โดยปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อมาผลิตเป็น B100 จากเดิมที่ใช้อยู่ประมาณ 15,000 ตัน/วัน ก็จะลดลงเหลือแค่เพียง 700 ตัน/วันเท่านั้น เนื่องจากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ล่าสุดให้ลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล B100 ในเนื้อน้ำมันดีเซลลงเหลือเพียงร้อยละ 2 (ขายเกรดเดียว B2) ซึ่งจะทำให้ภาคพลังงานใช้น้ำมันปาล์มน้อยลงมาก

"หลังวันที่ 7 มีนาคม ปัญหาปาล์มน้ำมันน่าจะคลี่คลายลง เพราะภาคบริโภค นอกจากจะได้ปันส่วนที่เป็น สต๊อก 5,000 ตันไปแล้ว ยังได้ส่วนที่ภาคพลังงานลดการผสม B100 ลงอีกไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัน ซึ่งมากกว่าเป้าหมายด้วยซ้ำ" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าว: