รัฐสภา / 30 ตุลาคม 2552
จากกรณีที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่ งยืน(ประเทศไทย) ซึ่งมีศาสตราจารย์ระพี สาคริก เป็นประธาน พร้อมด้วยกลุ่มศึกษาข้ อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอว็อทช์) และองค์กรภาคประชาชนมากกว่า 100 องค์กร ได้เคลื่อนไหวคัดค้านการเปิ ดเสรีการลงทุน หรือ ACIA (ASEAN Comprehensive Investment Agreement)ในกิ จการเพาะและขยายพันธุ์พืช การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการปลูกป่า โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์เมื่ อวันที่ 26 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมาว่ารู้สึกห่วงใยข้ อตกลงการลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้ องกับภาคเกษตรดังกล่าว และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้ องเร่งทบทวน
ศ.ระพี สาคริก ได้แถลงว่า ขอขอบคุณที่รัฐบาลได้แสดงท่าที ห่วงใยต่อข้อท้วงติ งของเกษตรกรและภาคประชาชน แต่ตนเองยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เนื่องจากหน่วยงานราชการที่เกี่ ยวข้องกับการเจรจา เช่น บีโอไอ และกรมเจรจาการค้าระหว่ างประเทศยังคงเดินหน้าผลักดั นการเปิดเสรีการลงทุน มีการโหมโฆษณาผ่านสื่อต่างๆว่ าการเปิดเสรีจะไม่มีผลกระทบ เพราะมีกฎหมายภายในคอยกำกับอยู่ ซึ่งไม่เป็นความจริง “รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองว่า ไม่ได้สัมภาษณ์เพียงเพื่ อลดกระแสต่อต้าน รัฐบาลมีความชอบธรรมและมี อำนาจในการสั่งการให้หน่ วยราชการดำเนินการตามนโยบายได้ อย่างเต็มที่เพราะเป็นนโยบายที่ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่หากรัฐบาลพูดอย่างแต่หน่ วยงานของรัฐทำตรงกันข้ามดังที่ เป็นอยุ่ ประชาชนอาจเข้าใจว่ารัฐบาลนี้ ไม่จริงใจ ก็ได้” ศ.ระพี กล่าว
นายวีรวัธน์ ธีระประสาธน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิ จและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การอ้างว่าเรามีกฎหมายภายในที่ ป้องกันต่างชาติอยู่แล้วนั้นไม่ เป็นความจริง เพราะ พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.2535 และระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้ วยการอนุญาตให้ทำการปลูกสร้ างสวนป่าหรือปลูกไม้ยืนต้ นภา ยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2530 (อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 ของพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507)นั้น เปิดช่องให้เอกชนทั้งไทยและบริ ษัทนอมินีของต่างชาติเข้ามาทำป่ าไม้ได้โดยง่ายอยู่แล้ว การเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ ามาลงทุนภายใต้ข้อตกลง ACIA จะยิ่งทำให้ต่างชาติแห่เข้ ามาลงทุนปลูกป่าและใช้ประโยชน์ จากที่ดินในเขตป่าอย่างขนานใหญ่ “แทนที่จะแก้ปัญหาที่ดินทำกิ นให้กับเกษตรกรและเปิดโอกาสให้ ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจั ดการทรัพยากรในเขตป่า หน่วยงานของรัฐกลับทำในสิ่ งตรงกันข้าม คือการยกสิทธิในการใช้ประโยชน์ จากที่ดินและทรัพยากรให้กับบริ ษัทต่างชาติ” นายวีรวัธน์ กล่าว
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ตัวแทนจากกลุ่มเอฟทีเอว็อทช์ แถลงว่า เครือข่ายขององค์กรภาคประชาชนซึ ่งขณะนี้ได้ลงนามคัดค้านการเปิ ดเสรีแล้วกว่า 100 องค์กร/เครือข่าย จะยังคงเคลื่อนไหวต่อไป เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีหลั กประกันว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนิ นการเพื่อคงข้อสงวนการเปิดเสรี การลงทุนใน 3 สาขา และสาขาบริการที่เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากต้องผ่านการประชุ มของคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิ จระหว่างประเทศในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 นี้ก่อน และหลังจากนั้น คณะเจรจาและรัฐบาลจะมีเวลาเพี ยงไม่ถึง 2 เดือนที่จะผลักดันให้ การเจรจาความตกลง ACIA บรรลุผล ในกรณีที่ข้อตกลง ACIA ไม่สามารถตกลงได้ สิ่งที่ภาคประชาชนเป็นห่วงคือ ในกรณีดังกล่าวอาจทำให้ข้ อตกลงเดิมคือ AIA (ASEAN Investment Agreement) ซึ่งลงนามตั้งแต่ปี 2541 มีผลบังคับใช้แทน และทำให้มีการเปิดเสรีการลงทุ นใน 3 สาขาไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายอย่ างมาก “เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนขอส่ งสัญญาณเตือนต่อรัฐบาลว่า ต้องเตรียมที่จะรับมือกั บสถานการณ์ดังกล่าว เช่น การระดมนักกฎหมายระหว่ างประเทศที่เชี่ยวชาญข้อบทด้ านการลงทุนมาเป็นที่ปรึกษา อย่าได้ไว้ใจคณะเจรจาที่ผ่านมา เพราะผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์ว่า ไม่มีประสบการณ์และมี ความสามารถพอในการเจรจาในเรื่ องที่มีความสำคัญเช่นนี้ได้ นี่เป็นการพิสูจน์ฝีมื อและความจริงใจของรัฐบาลนายอภิ สิทธิ์ เวชชาชีวะ” ตัวแทนกลุ่มศึกษาข้ อตกลงเขตการค้าเสรี ภาคประชาชนกล่าว
อนึ่งเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน และสถาบันทางวิชาการหลายแห่ งเตรียมที่จะแถลงจุดยืนและข้ อเสนอต่อรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ งในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 นี้
ข้อมูลเพิ่มเติม
วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ 089 4497330
วีรวัธน์ ธีระประสาธน์ 081 4418272
ศจินต์ ประชาสันติ์ 081 642 7951
องค์กรที่ร่วมลงนามคัคค้าน
การเปิดเสรีการทำกิ จการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ การทำป่าไม้จากป่าปลูก
ภายใต้ความตกลงเสรีการลงทุ นอาเซียน (ACIA)
จำนวน 102 องค์กรและเครือข่าย
(ณ 2 พ.ย 2552)
| จังหวัด | รายนามองค์กรและเครือข่าย |
| กรุงเทพฯ | มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย), มูลนิธิชีวิตไท (ราฟ่า), เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก, กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรี |
| สุพรรณบุรี | มูลนิธิข้าวขวัญ |
| นครปฐม | ชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีนจังหวั |
| สมุทรสงคราม | เครือข่ายเกษตรกรจังหวัดสมุ |
| สมุทรสาคร | เครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ |
| ราชบุรี | เครือข่ายอนุรักษ์ป่าเทื |
| จันทบุรี | เครือข่ายเกษตรอินทรีย์จันทบุรี |
| ฉะเชิงเทรา | เครือข่ายป่าตะวันออก |
| เพชรบุรี | กลุ่มฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและทรั |
| กาญจนบุรี | กลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ จังหวัดกาญจนบุรี, เครือข่ายปฏิรูปสื่ |
| น่าน | สมาพันธ์เกษตรกรรายย่อยผู้ปลู |
| แพร่ | ศูนย์พัฒนาเครือข่ายองค์กรชาวบ้ |
| ลำปาง | เครือข่ายหมอเมืองล้านนา จ.ลำปาง |
| แม่ฮ่องสอน | ครือข่ายหมอเมืองล้านนา, เครือข่ายผญาสุขภาพล้านนา |
| เชียงใหม่ | เครือข่ายหมอเมืองล้านนา จ.เชียงใหม่ |
| เชียงราย | เครือข่ายรักษ์ม่อนยาป่าแดด, เครือข่ายลุ่มน้ำ จ.เชียงราย |
| พะเยา | เครือข่ายหมอเมืองลุ่มกว๊ |
| อุบลราชธานี | เครือข่ายปกป้องลุ่มน้ำมู |
| สกลนคร | เครือข่ายหมอพื้นบ้าน |
| สุรินทร์ | เครือข่ายหมอพื้นบ้าน จ.สุรินทร์, ศูนย์ตะบันไพร จ.สุรินทร์, เครือข่ายสุขภาพวิถีไทอีสาน |
| กาฬสินธุ์ | กลุ่มเกษตรอินทรีย์ |
| ยโสธร | โรงสีข้าวชมรมรักษ์ธรรมชาติ อำเภอกุดชุม, ศูนย์สุขภาพและพัฒนาวัตถุดิบสมุ |
| มหาสารคาม | กลุ่มพัฒนาอาชีพการเกษตรบ้านขี้ |
| ร้อยเอ็ด | กลุ่มเกษตรผสมผสานลุ่มน้ำเสียว ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย, กลุ่มเกษตรอินทรีย์ลุ่มน้ำเสี |
| ตรัง | มูลนิธิอันดามัน, สมาพันธ์ประมงพื้นบ้านภาคใต้, โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิ |
| พังงา | เครือข่ายชุมชนชายฝั่งอ่าวพั |
| สงขลา | เครือข่ายผักพื้นบ้านอาหารท้ |
| ประจวบคีรีขันธ์ | กลุ่มทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวั |


