เพิ่มอำนาจบรรษัทผูกขาดพันธุ์พืช

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสำนักงานสหภาพเพื่อคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่  (International Union for the Protection of New Varieties of Plants or UPOV) จัดประชุมเรื่องอนุสัญญา UPOV 1991 ในวันพรุ่งนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2560) เพื่อโน้มน้าวให้สาธารณชนยอมรับการเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาฉบับดังกล่าวและเพื่อผลักดันการแก้พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ที่ตอนนี้กรมฯได้ดำเนินการอยู่ โดยนำเอาหลักการและเนื้อหาของอนุสัญญาฉบับดังกล่าวมาบรรจุในกฎหมายของไทย
 
น่าสังเกตว่า การจัดประชุมเกี่ยวกับอนุสัญญาฉบับดังกล่าวของกระทรวงเกษตรฯ แทนที่จะจัดการประชุมเพื่อให้มีการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียอย่างรอบด้าน กลับเชิญตัวแทนของสำนักงาน UPOV และตัวแทนประเทศที่เข้าร่วมและสนับสนุน UPOV1991 มาบรรยาย ละเลยการเชิญตัวแทนของประเทศที่ปฏิเสธการเข้าร่วม UPOV 1991 และมีกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชที่ให้การคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ไปพร้อมๆกับสิทธิของเกษตรกร เช่น อินเดีย เป็นต้น  แสดงเจตนาที่ต้องการผลักดันให้มีกฎหมายที่ให้มีการขยายการผูกขาดพันธุ์พืชโดยบรรษัทเมล็ดพันธุ์ แต่ละเลยการคุ้มครองสิทธิเกษตรกร และการคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพ
 
ในประเทศไทยมีนักวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่มีชื่อเสียงและติดตามวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของ UPOV มาอย่างยาวนานหลายท่านแต่กลับไม่ได้รับเชิญให้ขึ้นเวทีเพื่อให้ข้อมูลแก่สาธารณะ
แผนภาพนี้ของไบโอไทยจึงสรุปให้เห็นประเด็นสำคัญที่เป็นเนื้อหาของ UPOV1991 ที่ผู้จัดงานไม่ประสงค์จะให้สาธารณชนรับรู้ 
 
แต่หากประสงค์จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยละเอียดสามารถดาวน์โหลดได้จากผลการศึกษาของ รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญการปรับปรุงพันธุ์พืช อดีตคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชหลายสมัย ได้ที่ http://www.biothai.net/sites/default/files/2013_pvp_surawithdocument03_r...
 
หรือการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจของ UPOV 1991 และการยอมรับระบบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้ที่ http://www.biothai.net/sites/default/files/2013_ftathai-eu-study.pdf
 
หลังการนำเสนอของกลุ่มผู้สนับสนุน UPOV ในวันพรุ่งนี้ ไบโอไทยจะรวบรวมเนื้อหา ข้อมูล และหลักฐาน ที่มีเนื้อหารอบด้านมากกว่ามานำเสนอ โปรดติดตาม
เนื้อหา: