รางวัลโจรสลัดชีวภาพ

Submitted by admin on Sat, 2008-07-12 00:00
ชื่อผู้แต่ง: 
ปาจารยสาร

รางวัลกัปตันฮุกและรางวัลเรือกู้ภัย จัดเป็นครั้งที่ ๕ แล้ว มีระยะห่าง ในการมอบ สองปีต่อครั้ง ซึ่งดำเนินการโดย พันธมิตร ต่อสู้โจรสลัดชีวภาพ (The Coalition Against Biopiracy) ผู้จัดให้ข้อสังเกตว่า รางวัลนี้ เป็นความร่วมมือร่วมใจกัน และยอมรับว่า จะไม่อาจระบุผู้สมควร ได้รับรางวัลได้เลย หากปราศจาก การเฝ้าระวัง และวิเคราะห์ ของประชาสังคม รวมทั้ง ขบวนการเคลื่อนไหว รอบโลก พิธีการมอบรางวัล กัปตันฮุกปีนี้มีขึ้น ณ กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมันนี้ โดยครั้งก่อนหน้านี้ จัดขึ้นที่เมืองคาริทิบ้า ประเทศบราซิล (ค.ศ. ๒๐๐๖)

รางวัล การใช้กองทุนสาธารณะยอดแย่

ได้แก่ โครงการทรานส์คอนเทนเนอร์ ของสหภาพยุโรป

เป็นการใช้กองทุนสาธารณะที่มีระยะเวลา ๓ ปี
มูลค่า ๕.๓๘ ล้านยูโรของสหภาพยุโรป ให้หมดไป
กับการทำวิจัยเมล็ดพันธุ์ที่ปลอดเชื้อทางพันธุกรรม
โดยปฏิเสธว่าเป็นพันธุวิศวกรรมและอ้างว่า
จะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยทางชีวะ แท้จริงโครงการ
นี้กำลังพัฒนาเมล็ดพันธุ์ “ซากศพคืนชีพ” ที่ทำให้ชาวไร่
ต้องซื้อสารเคมีซึ่งมีลิขสิทธิ์ เพื่อนำไปฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์
ให้อุดมสมบูรณ์ในทุกฤดูการเพาะปลูก

รางวัล พ่อค้าหน้าเลือดฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างต่ำช้า

ได้แก่ ยักษ์ใหญ่ทางด้านพันธุกรรม (โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง บาฟส์ มอนซานโต้ ซินเจนทา
และ ดูปองท์)

บรรษัทเหล่านี้สะสมสิทธิบัตรผูกขาดทางพันธุกรรม
พืชที่ “พร้อมสำหรับภูมิอากาศ” ไว้นับร้อยชนิด
โดยอ้างว่า จะเป็นเกราะป้องกันทางพันธุกรรมแก่พืชผล
เพื่อให้ทนกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ความ
แห้งแล้ง ความร้อนสูง ความหนาวเย็น น้ำท่วม ดินเค็ม
ฯลฯ และยืนกรานว่าพืชผลที่ถูกเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม
โดยอุตสาหกรรมจะเป็นแนวทางทางเทคโนโลยีที่สำคัญ
ต่ออากาศที่ยุ่งเหยิง อันมีเหตุมาจากประเทศที่รวยที่สุด
ในโลก

รางวัล ผู้ทรยศต่อความไว้วางใจของมหาชน ชาวโลก

ได้แก่ โรงพยาบาลวิจัยด้านเด็กเซนต์จู๊ด และองค์การอนามัยโลก (WHO)

ในฐานะที่เป็นศูนย์ให้ความร่วมมือขององค์การ
อนามัยโลก (เครือข่ายการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่โลก
องค์การอนามัยโลก - GISN) เพื่อวิจัยการแพร่กระจาย
ของไข้หวัดใหญ่ โรงพยาบาลเซนต์จู๊ดเลยราบรื่นใน
การยื่นขอสิทธิบัตรพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่จากเวียดนาม
และที่อื่นๆ องค์การอนามัยโลกก็ไม่ได้สนใจจะยับยั้ง
การอ้างสิทธิบัตรโดยมิชอบของเซนต์จู๊ดในการณ์นี้

รางวัล ภัยคุกคามต่อความเป็นส่วนตัวทางพันธุกรรมที่รุนแรงที่สุด

ได้แก่ เทวนตี้ทรีแอนด์มี (23 and Me)

เทวนตี้ทรีแอนด์มีชักจูงให้ผู้บริโภคจ่ายค่าทดสอบ
พันธุกรรม (โดยโฆษณาว่าเป็นแนวทางเพื่อการรักษา
สุขภาพส่วนบุคคลและเป็นเครื่องมือเครือข่ายทางสังคม
ที่เยี่ยมยอด) แล้วเปิดเผยตัวอย่างสารพันธุกรรม
(DNA)อันเป็นข้อมูลทางการแพทย์ที่ควรจะเป็นส่วน
บุคคล โดยบริษัทวางแผนจะขายให้แก่นักวิจัยทางการ
แพทย์ ในข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบทางกฎหมาย
ที่พิมพ์มาอย่างดิบดีของบริษัท เทวนตี้ทรีแอนด์มีระบุว่า
“น้ำลายของท่าน เมื่อส่งเข้ามาให้เราวิเคราะห์แล้ว
จะกลายเป็นสมบัติของเรา”

รางวัล ม่านควันยอดเยี่ยม

ได้แก่ หน่วยงานริเริ่มงานวิจัยและข้อบังคับ มหาชน (พีอาร์อาร์ไอ)

สำหรับการสนับสนุนและป้องกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ต่อผลประโยชน์ของบริษัท ทางด้านเทคโนโลยีพันธุกรรม
ในนามของนักวิจัยและด้วยเงิน ทุนมหาชน
ตัวอย่างเช่น พีอาร์อาร์ไออุ้มผลประโยชน์ของพันธุวิศวกรรม
การยุติเกษตรกรรม และต้นไม้ที่ถูก ตัดต่อพันธุกรรม
แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อมหาชนได้อย่างไรเล่า

รางวัล ยโสที่สุด

ได้แก่ บรรษัทซินเธติก เจโนมิกส์

สำหรับการเร่งสร้างและจดสิทธิบัตรพืชพันธุ์
ใหม่ที่ได้จากการสังเคราะห์สารพันธุกรรม
บริษัทมีความตั้งใจจะแทรกพันธุกรรม
แบคทีเรียที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ชื่อ“ซินเธีย”
เข้าสู่เซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อให้อยู่
รอดและแบ่งตัว เมื่อถูกถามว่าพวกเขา
กำลังทำตัวเป็นพระเจ้าอยู่หรือเปล่า
ประธานบริหารซินเธติก เจโนมิกส์
และหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ร่วม
แฮมิลตัน สมิธ ตอบว่า “เราไม่ได้ทำตัว
เป็นพระเจ้า”

รางวัล โจรสลัดชีวภาพที่ไม่น่าไว้วางใจที่สุด

ได้แก่ ดีวันออยล์ สหราชอาณาจักร

สำหรับ “การยึดเอา” ไม้พุ่มชุ่มน้ำมัน (Jatropha) ๑๘ ชนิด
ซึ่งทนต่อความแห้งแล้ง ที่กำลังเพาะปลูก
อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรอินทิรา คานธี เมืองไรปุระ
ประเทศอินเดีย ดูเหมือนว่าลูกจ้างของมหาวิทยาลัยซึ่ง
ได้นำเอาไม้พุ่มชุ่มน้ำมันไป แล้วลาออกจากตำแหน่งใน
ไม่กี่วันหลังจากนั้น จะได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย
เทคนิคของดีวันออยล์ในประเทศอินเดีย ดีวันร่วมทุน
๑๖๐ ล้านดอลล่าร์สหรัฐกับบรรษัทบีพี ในการผลิต
น้ำมันจากไม้พุ่มชนิดนี้เพื่อเชื้อเพลิงเกษตร

รางวัล กัปตันฮุกพิเศษ : รางวัลเรือจม

ได้แก่ บรรษัทแพลงตอส

พ่อค้าหน้าเลือดซึ่งค้ากำไรจากการ แสวงหาคาร์บอนเครดิต
โดยการทิ้งอนุภาคเหล็กขนาดจิ๋ว (นาโน) ลงมหาสมุทร
ใกล้หมู่เกาะกาลาปากอส โดย ภายนอกแล้วดูเหมือน
เป็นการแยกคาร์บอน โดย กว่า ๑๕ องค์กรร่วมกัน
ประณามและระดม กำลังต่อต้านกิจกรรม “ตัดต่อพันธุกรรม”
อันน่ากังขาทางวิทยาศาสตร์ ของบรรษัทแห่งนี้
องค์กรท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอกวาดอร์
มีบทบาท ในการยับยั้งแพลงตอส จนทำให้
ต้องหยุดการปฏิบัติงาน ไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ที่มา : ปาจารยสาร ฉบับที่ ๕ ปีที่ ๑๒ | พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๕๑