โพสต์ทูเดย์

รบ.ลงพื้นที่ 4 ภาคสำรวจแจกโฉนดชุมชน

Submitted by info on 07 ก.ย. 2010

สาทิตย์ ส่งคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบที่ดิน 4 ภาค 1 - 22 ก.ย.นี้ เตรียมแจกโฉนดชุมชน ช่วงเดือน ต.ค.นี้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน เปิดเผยว่า ได้อนุมัติให้คณะทำงานสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ในการจัดให้มีโฉนดชุมชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวน 4 ชุด ซึ่งประกอบด้วยชุดจากภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชุดภาคใต้ ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ในช่วงวันที่ 1 – 22 ก.ย. นี้

ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวมีผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและตัวแทนภาคประชาชน ร่วมในการปฏิบัติงานครั้งนี้ สำหรับภารกิจของคณะทำงานชุดนี้จะต้องลงไปในพื้นที่ที่กำหนดไว้เพื่อชี้แจง นโยบายการกระจายการถือครองที่ดินให้แก่เกษตรกรเพื่อทำกินและที่อยู่อาศัยใน รูปแบบโฉนดชุมชน ดำเนินาศัยในรูปแบบโฉนดชุมชน การสำรวจและเก็บข้อมูลของชุมชนที่สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยการจัดโฉนดชุมชน พ.ศ.2553ที่อยูการสำรวจและเก็บข้อมูลของชุมชนที่สอดคล้องกับระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดโฉนดชุมชน พ.ศ.2553

อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของชุมชนซึ่งประกอบไปด้วยตำแหน่งที่ดิน ประเภทที่ดิน และการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว จากนั้นจะสรุปเสนอคณะอนุกรรมการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ในการจัดให้มีโฉนด ชุมชนพิจารณาต่อไป

อาเซียนตกลงยกไทยขึ้นฮับขายข้าวส่งโลก

Submitted by info on 06 ก.ย. 2010

พรทิวากล่อมอาเซียน ยอมดันไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวโลก ขณะที่ผู้ส่งออกแฉเหตุราคาข้าวในประเทศร่วง หลังมีบางรายได้ข้าวจากสต๊อกรัฐล็อตแรกแล้วรีบนำไปขายก่อน หวั่นถูกขายตัดราคา

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) เมื่อเดือน ส.ค. ที่ประเทศเวียดนาม นอกจากไทยจะหารือกับเวียดนามเพื่อจัดทำความร่วมมือค้าข้าวแล้ว ไทยยังได้หารือกับกัมพูชา พม่า และลาว เพื่อร่วมกันพยุงราคาข้าวและดูแลสต๊อกข้าวอาเซียน ซึ่งทุกประเทศสนใจให้ไทยเป็นศูนย์กลางการนำเข้าข้าวเพื่อพัฒนาและส่งออก เหมือนเป็นเทรดดิงคอมปะนี

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงภาคเอกชนของแต่ละประเทศ เพื่อเร่งดำเนินการดูแลเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้เกิดปัญหาแย่งตลาดและขายตัด ราคากันเอง

ด้านนายสมพงษ์ กิตติเลียงลาภ ประธานกรรมการ บริษัท พงษ์ลาภ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวสารในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยตันละ 100200 บาท สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้ส่งออกที่ซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลล็อตแรกประมาณ 1 ล้านตัน รีบนำข้าวเหล่านั้นออกมาขายก่อน เพราะกลัวว่ารัฐบาลจะประกาศขายล็อตใหม่และจะทำให้ขายไม่ได้ราคาดีเท่าที่ควร เพราะมีข้าวในตลาดมาก

“ราคา ข้าวในประเทศไม่ควรจะลง เพราะความต้องการในตลาดมีมาก แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้แจ้งราคาว่าข้าวราคาลดลง น่าจะเป็นเพราะผู้ส่งออกที่ได้ข้าวรัฐไปในล็อตแรกรีบนำออกไปขายก่อน เพราะกลัวว่า ผู้ส่งออกที่จะได้อีกในล็อตหลังจะนำไปขายตัดราคากันเอง จนทำให้ราคาในประเทศลดลง” นายสมพงษ์กล่าว

คลังเตือนภัยส่งออกขาลง

Submitted by info on 31 ส.ค. 2010

สศค.ประเมินส่งออกใหม่ หลังเศรษฐกิจโลกชะลอ ขณะค่าบาทแข็งสุดรอบ 29 เดือน

นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจขยายตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเห็นได้จากมูลค่าส่งออกเดือน ก.ค. ที่เริ่มชะลอตัวมาอยู่ที่ 20.6% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 46.3% ต่อปี

ทั้งนี้ สศค.จะได้นำปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อทบทวนการประมาณการเศรษฐกิจไทย และประกาศต่อสาธารณชนในวันที่ 29 ก.ย. 2553

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวว่า มูลค่าการนำเข้าเดือน ก.ค. ขยายได้ในระดับสูงถึง 36.1% ต่อปี สะท้อนการใช้จ่ายภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้น โดยมูลค่าการนำเข้าวัตถุดิบขยายตัวสูงถึง 53.9%

ขณะที่มูลค่านำเข้าสินค้าทุนและสินค้าอุปโภคขยายตัว 29.2% และ 20.4% ต่อปี ตามลำดับ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ระบุว่า ตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ค. หดตัวเมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. เกือบ 13% ถือเป็นการหดตัวหนักที่สุดนับจากช่วงที่เกิดซับไพรม์เมื่อปลายปี 2551 ที่เคยหดตัวถึง 18% โดยสินค้าหลักๆ ที่หดตัว อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ขณะที่ค่าเงินบาทล่าสุดนักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 31.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการทำสถิติแข็งค่าครั้งใหม่ในรอบ 29 เดือน หลังพบว่าเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์อีก 1,100 ล้านบาท

นักวิชาการเตือนออกประกาศ11กิจการรุนแรงส่อขัดรธน.

Submitted by info on 30 ส.ค. 2010

นักวิชาการ เตือนคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ออกประกาศ 11 กิจการอุตสาหกรรม ไม่ผ่านความเห็นคนในพื้นที่ ส่อขัดรัฐธรรมนูญอาจถูกภาคประชาชนฟ้องได้ จี้รัฐ เร่งแก้ปัญหา ก่อนมลพิษท่วมระยอง

นางเรณู เวชรัชต์พิมล กรรมการสี่ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติที่จะออกประกาศประเภทอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน 11 ประเภท ลดลงจากข้อเสนอของคณะกรรมการสี่ฝ่ายฯ ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ที่เสนอไว้ 18 ประเภท ว่า ในรัฐธรรมนูญไทย ที่ไม่มีมาตราใดบัญญัติให้อำนาจหน่วยงานของรัฐ ประกาศประเภทโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนได้ โดยที่ไม่ผ่านการรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และหากภาครัฐไม่เร่งรีบแก้ไข อาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกประชาชนฟ้องศาลปกครองตามวรรค 3 ของมาตรา 67 แห่งรัฐธรรมนูญไทยได้ ซึ่งการออกประกาศประเภทอุตสาหกรรมฯ เป็นประกาศที่บังคับใช้ทั่วประเทศ เป็นการพิจารณาในภาพรวม จึงไม่สามารถนำมาใช้กับโครงการที่จะสร้างในเขตควบคุมมลพิษในจ.ระยองได้ทั้ง หมด

“การพิจารณาอนุมัติให้โครงการในมาบตาพุดที่กำลังทำศึกษาและประเมินผล กระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน(E/HIA) เพื่อยื่นขออนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อยู่ในขณะนี้ ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายงานผลการศึกษา E/HIA ให้มาก โดยต้องทำให้ครบถ้วนตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และมุ่งเน้นการศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพที่ชัดเจน” นางเรณู กล่าว

อียูเร่งไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ

Submitted by info on 27 ส.ค. 2010

อียูเร่งไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ หลังเดินหน้าคุยสิงคโปร์ มาเลเซียและเวียดนามแล้ว “พรทิวา”ยันไทยพร้อม แต่ต้องรอรัฐสภาไฟเขียวก่อน คาดสิ้นปีนี้รู้ผลเริ่มเปิดเจรจาได้

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Karel De Cucht กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป (อียู) ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ว่า อียูได้สอบถามถึงความคืบหน้าการเปิดเจรจาจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียูว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน และไทยพร้อมที่จะเจรจาได้เมื่อใด ซึ่งได้ยืนยันกับทางอียูไปว่าไทยพร้อมที่จะเจรจาเอฟทีเอกับอียู โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดการเจรจากับอียูได้ในช่วงปลายปีนี้ หลังจากดำเนินการตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ได้กำหนดไว้เสร็จสิ้น

ทั้งนี้ อียูได้แจ้งให้ทราบว่าอียูได้เริ่มเปิดการเจรจาเอฟทีเอกับประเทศสมาชิกอา เซียนบ้างแล้ว เช่น สิงคโปร์ และกำลังจะเริ่มกับมาเลเซียและเวียดนาม โดยหวังว่าหากสามารถเปิดการเจรจากับไทยได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็จะเป็น การส่งสัญญาณที่ดี

อย่างไรก็ตาม มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญไทย กำหนดไว้ว่าการจัดทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม และต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งไทยได้จัดทำกระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หมดแล้ว ขณะนี้เหลือแต่การจัดทำข้อสรุปเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และเสนอให้รัฐสภาพิจารณา โดยน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และเริ่มเจรจากับอียูได้หลังจากนั้น

ชัย ยังไม่นัดประชุมรัฐสภาถกข้อตกลงระหว่างประเทศ

Submitted by info on 26 ส.ค. 2010

ชัย ยังไม่นัดประชุมรัฐสภาถกข้อตกลงระหว่างประเทศ คาดนัดประชุมได้ในอีก 2 สัปดาห์

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาข้อตกลงและหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตามรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 190ที่ค้างการพิจารณาจำนวนมาก คาดว่าจะสามารถนัดประชุมได้ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าจากเดิมที่เตรียมกำหนดประชุมไว้ในวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากในส่วนของสภาเพิ่งเสร็จสิ้นการพิจารณางบประมาณมา ทำให้ส.ส.ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากพอสำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาในสัปดาห์หน้า ประกอบกับมีอาการเหนื่อยล้าจากการประชุมงบประมาณ มาหลายวัน ดังนั้นจึงต้องเลื่อนประชุมออกไปก่อน

อลงกรณ์สั่งพรณ์เตรียมพร้อมโลจิสติกส์ไทยรับมือเปิดเสรี

Submitted by info on 25 ส.ค. 2010

อลงกรณ์สั่งเตรียมพร้อมผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย รับมือเปิดเสรีในอาเซียน หลังเปิดเสรีให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ไม่ต่ำกว่า 70% ในปี 2556 คาดขนส่งทางบกมีโอกาสทำเงินสูง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดเสรีการค้าบริการสา ขาโลจิสติกส์ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนปรับตัว เตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเสรี และหาช่องทางการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรี

รวมทั้งการนำเสนอปัญหาอุปสรรคของสาขาโลจิสติกส์ของไทยเพื่อให้ภาครัฐช่วย แก้ไขก่อนที่การเปิดเสรีจะเกิดขึ้น โดยในปี 2556 อาเซียนมีเป้าหมายการเปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ ที่จะอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจ และถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 70% ซึ่งได้เริ่มทยอยเปิดเสรีมาแล้วตั้งแต่ปี 2551 โดยให้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 49% และปี 2553 ให้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 51%

ทั้งนี้ การเปิดเสรีในด้านการขนส่งทางทะเล และทางอากาศ ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เพราะปัจจุบัน ธุรกิจด้านนี้อยู่ในมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ และชาวต่างชาติ แต่ในด้านการขนส่งทางบก ไทยมีโอกาสแน่นอน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับมาเลเซีย พม่า ลาวและกัมพูชา ที่มีพื้นที่ติดกับไทย ซึ่งกระทรวงมีนโยบายผลักดันผ่านโครงการระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางโลจิสติกส์ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ไทยอยู่แล้ว

เกษตรผุดโรดแมพ5ปีพัฒนาสหกรณ์

Submitted by info on 25 ส.ค. 2010

กระทรวงเกษตรฯเปิดแผนพัฒนาสหกรณ์ 5ปี หวังเพิ่มจำนวนสหกรณ์เป็น 8,400 แห่ง จากเดิม 7,658 แห่งภายในปี 2558

นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณา Road Map และแผนปฏิบัติการ เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาสหกรณ์ 5 ปี (54-58) โดยเป้าหมายในปี 58 จะมีจำนวนสหกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 8,400 แห่ง จากเดิม 7,685 แห่ง สหกรณ์มีการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 7,535 แห่ง จากเดิม 6,111 แห่ง และสมาชิกสหกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 13.20 ล้านคน จากเดิม 10.34 ล้านคน ภาคเกษตร 8.58 ล้านคน สมาชิกนอกภาคเกษตร 4.62 ล้านคนคาดว่าสหกรณ์จะมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นจากการรวบรวมผลผลิตเกษตรและ แปรรูป เกษตรจำนวน 2.46 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.26 ล้านล้านบาท ทุนเรือนหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 754,200 ล้านบาท จากเดิม 468,300 ล้านบาท โดยแผนยุทธศาสตร์สำหรับคือสร้างความเข็มแข็งให้เกษตรและส่งเสริมการบริหาร อย่างมืออาชีพ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ให้ได้การยอมรับในตลาดและสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาด

ชงผุดกม.สวัสดิการชาวนา

Submitted by info on 17 ส.ค. 2010

“มาร์ค” เอาใจรากหญ้า สั่ง เกษตรฯ ยกร่างกฎหมายสวัสดิการชาวนา เผยหลักการคล้ายกองทุนเงินออม แต่เงินที่ชาวนาสมทบได้มาจากการขายข้าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า ขณะนี้เรื่องสวัสดิการชาวนา ได้มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปยกร่างต่อเพราะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งจะเป็นร่างพระราชบัญญัติใหม่ เพียงแต่ว่าต้องไปดูว่าความสัมพันธ์ของผู้ที่เข้ามาในกองทุนสวัสดิการชาวนา กับกองทุนเงินออมแห่งชาติจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่า กองทุนเงินออม น่าจะเสนอเข้าสู่สภาได้เร็วๆ นี้ เพราะกฤษฎีกาจะพิจารณาเสร็จแล้ว

"หลักการของสวัสดิการชาวนา จะคล้ายกับกองทุนเงินออมเพียงแต่เงินที่ชาวนาสมทบได้มาจากการขายข้าว และจะมีส่วนที่รัฐบาลสมทบ เงินก้อนนี้จะเข้าสู่กองทุนเพื่อจัดสวัสดิการให้ชาวนา ส่วนจะมีสัดส่วนเท่าไหร่รวมทั้งจำนวนงบประมาณนั้นยังไม่กำหนด เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯต้องเป็นคนกำหนดในเรื่องรายละเอียด เพราะสัดส่วนของเงินที่จะหักจากในส่วนของการขายข้าวเป็นเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกและหลายปัจจัย"นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯได้รับมอบหมายให้ไปยกร่างฯแล้ว ซึ่งคิดว่าถ้าได้ข้อยุติในประเด็นที่ยังค้างอยู่ เช่นปัญหาเรื่องกองทุนเงินออมก็ไม่น่าจะช้า เพราะรูปแบบของกองทุนสวัสดิการก็มีอยู่ เพราะฉะนั้นการร่างกฎหมายไม่น่าจะซับซ้อนมากนัก ส่วนรายละเอียดสามารถใช้วิธีอัตราการสมทบต่างๆ ไปออกเป็นกฎหมายรองได้

อย่างไรก็ตามระบบดังกล่าว เป็นระบบสมัครใจ ที่เสนอมาไม่ใช่ระบบบังคับ ฉะนั้นจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจของชาวนาที่จะเข้ามา

หวั่นบาทแข็งกระทบส่งออกข้าวไทย

Submitted by info on 14 ส.ค. 2010

รองเลขาธิการสภาหอการค้าฯ เผยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบการส่งออก เสียเปรียบเวียดนาม แนะรัฐบาลควรเตรียมพร้อมรับมือ

นาย พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้จะทำให้ไทยได้รับผลกระทบในการแข่งขันกับ ภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งออก ซึ่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบชัดเจน คือ ข้าว และสินค้าเกษตร ที่การส่งออกจะเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเวียดนามแน่นอน เนื่องจากค่าบาทของเวียดนามในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา อ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 2 ในการที่ไทยแข็งค่าขึ้นมากกว่าร้อยละ 7-10 และปัจจุบันจากการสำรวจตัวเลขการส่งออกข้าวของไทย พบว่าแข่งขันกับเวียดนามไม่ได้หลายรายการ เนื่องจากไทยมีปัญหาเรื่องต้นทุนก่อนหน้านี้ และอัตราแลกเปลี่ยนกำลังกลายเป็นปัจจัยใหม่ด้วย ส่วนการแข่งขันกับประเทศอื่น มองว่าไทยจะไม่เสียเปรียบแม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น

นอกจาก นี้ รองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เชื่อว่า ค่าเงินบาทของไทยในปีนี้จะแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และเงินไหลเข้ามากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมพร้อมรับมือ

Syndicate content