ประชาชาติธุรกิจ

โลกเผชิญวิกฤตอาหารรอบใหม่ ? หวั่นสังคมวุ่น หลังราคาอาหารพุ่งพรวด

Submitted by info on 09 ก.ย. 2010

เชื่อว่าหลายคนยังคงไม่ลืมวิกฤตอาหารครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่หลายประเทศทั่วโลกต่างเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพง และตอนนี้ภาวะเงินเฟ้อของราคาอาหารได้เริ่มกลับมาอีกแล้ว จนทำให้ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมอาหารออกโรงเตือนว่าต้นทุนการช็อปรายสัปดาห์ อาจพุ่งสูงสุดถึง 10% ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

หากย้อนไปในอดีต พบว่าในปี 2551 ราคาอาหารที่พุ่งพรวดเป็นผลมาจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นและการขาด แคลนอาหาร ที่เกิดจากสภาพอากาศผิดปกติและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อย นอกจากนี้ยังถูกแรงหนุนจากการเก็งกำไรในตลาดสินค้าคอมโมดิตี้ และการเปลี่ยนรสนิยมด้านอาหารของประเทศเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับ ปีนี้สัญญาณอันตรายที่ว่าโลกอาจจะเผชิญกับวิกฤตราคาอาหารอีกรอบ ทำให้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เรียกประชุมฉุกเฉินในวันที่ 24 กันยายนนี้ เพื่อถกถึงเรื่องนี้

เว็บไซต์ การ์เดี้ยน รายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับวิกฤตที่กำลังก่อตัวขึ้นว่า เกิดจลาจลปะทุขึ้นในโมซัมบิก หลังจากรัฐบาลตัดสินใจขึ้นราคาขนมปัง 30% และการจลาจลดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน พร้อมคนเจ็บอีกหลายร้อยคน ขณะที่รัฐบาลรัสเซียประกาศขยายเวลาห้ามส่งออกข้าวสาลีออกไปอีก 12 เดือน หรือจนถึงสิ้นปีหน้า เนื่องจากประเทศประสบวิกฤตภัยแล้ง ขาดแคลนอาหาร และภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นตัวกดดันให้ราคาอาหารปรับขึ้นอีก

ภาวะโลกร้อนนำพาศัตรูพืชยุบยับ ผู้ค้ายาพืชเฮครึ่งปีแรกตลาดโตพรวดพราด 50%

Submitted by info on 09 ก.ย. 2010

ภาวะโลกร้อนดันยอดตัวเลขนำเข้า สารเคมีกำจัดแมลง-สารป้องกันและกำจัด โรคพืช ในช่วงครึ่งปีแรกพุ่งกระฉูดถึง 50% คิดเป็นมูลค่า 4,700 ล้านบาท แต่วิกฤตน้ำแล้งกลับฉุดยอดนำเข้ายาฆ่าหญ้าลดลงกว่า 2% ผู้ประกอบการวอนกรมวิชาการเกษตรเร่งปรับปรุงแล็บในประเทศให้ได้มาตรฐาน OECD ลดต้นทุนส่งตัวอย่างสารเคมีส่งแล็บต่างประเทศ

นายปกรณ์ สุจเร นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนทำให้เกิดปัญหาโรคพืชและแมลงศัตรูพืชแพร่ระบาดในวง กว้าง ในแหล่งพื้นที่ปลูกข้าว-อ้อย และมันสำปะหลัง ส่งผลให้เกษตรกรทั่วประเทศหันมาใช้ผลิตภัณฑ์อารักขาพืชในสัดส่วนที่ สูงขึ้น สังเกตได้จากตัวเลขการนำเข้าผลิตภัณฑ์อารักขาพืชประเภทสารเคมีกำจัดแมลง, สารป้องกันและกำจัดโรคพืช ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้พบว่ามีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดแมลงระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2553 มียอดนำเข้า 12,729,548 ก.ก. มูลค่า 2,800 พันล้านบาท ส่วนสารป้องกันและกำจัด เชื้อรา มียอดนำเข้า 4,814,585 ก.ก. มูลค่า 1,900 ล้านบาท แต่ปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับเพาะปลูก ทำให้ทั่วประเทศชะลอการใช้สารป้องกันกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะ "สารไกลโฟเสต" ทำให้ตัวเลขการใช้กลุ่มสารป้องกันกำจัดวัชพืชในช่วงครึ่งแรกปีนี้ทั้งด้าน ปริมาณและมูลค่าปรับตัวลดลงถึง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สารพัดชื่อการค้าสารเคมีเกษตร

Submitted by info on 09 ก.ย. 2010

พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ได้ให้อำนาจ 3 หน่วยงานหลักในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลรับผิดชอบสินค้าวัตถุอันตรายที่ใช้ในทางการเกษตรทั้งหมด โดยกรมวิชาการเกษตร รับหน้าที่ดูแลวัตถุอันตรายที่ใช้กับพืช กรมประมง ดูแลวัตถุอันตรายที่ใช้กับสัตว์น้ำ และกรมปศุสัตว์ ดูแลวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ใช้ในการปศุสัตว์

กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรของไทยมีการใช้สารเคมีในอัตราสูง ทำให้ธุรกิจการค้าสารเคมีการเกษตรเติบโตอย่างรวดเร็ว มีร้านจำหน่ายสารเคมีทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่ง ในปี พ.ศ. 2543 พบว่ามีการนำเข้าสารเคมีเพื่อขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายประมาณ 224 ชนิด และมีสินค้าสารเคมีการเกษตรประเภทสารเคมีกำจัดแมลง, สารป้องกันกำจัดวัชพืช, สารกำจัดเชื้อรา วางจำหน่ายในท้องตลาดมากกว่า 8,425 ชื่อการค้า

ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบพบว่าสารเคมีจำนวนมากมีชื่อสามัญเดียวกันแต่ใช้ชื่อทางการค้าหลาย ชื่อ ยกตัวอย่าง "ไกลโฟเสต" ถือเป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีปริมาณการนำเข้ามากที่สุด พบว่ามีชื่อการค้ามากถึง 241 ชื่อ รองลงมาคือ "เอ็นโดซัลแฟน" มีชื่อการค้าถึง 111 ชื่อ ขาดการจัดระบบขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่มีการอ้างใช้ชื่อทางการค้าหลายชื่อ ทั้งที่เป็น ชื่อสามัญเดียวกัน กลายเป็นปัญหาสร้างความสับสนแก่เกษตรกรผู้ใช้วัตถุอันตรายเป็นอย่างมากใน ช่วงที่ผ่านมา

ผลศึกษาทีดีอาร์ไอหนุนเอฟทีเอ ใช้สิทธิ100%ได้ประโยชน์ภาษีเพิ่ม

Submitted by info on 09 ก.ย. 2010

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง "การเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีฉบับต่างๆ : โอกาสหมื่นล้านของผู้ประกอบการ" ภายใต้โครงการวิจัย การเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทย จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมร่วมกับทีดีอาร์ไอว่า การศึกษาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ 5 ฉบับ คืออาฟต้า, เอฟทีเออาเซียน-จีน, เอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น, เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย และเอฟทีเอไทย-อินเดีย พบว่าปี 2552 การใช้สิทธิประโยชน์ยังไม่เต็มขั้น 100% โดยภาคการส่งออกและนำเข้าของไทยประหยัดภาษีศุลกากรได้ 7.2 หมื่นล้านบาท และ 3.3 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ หากสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ 100% ภาคการส่งออกไทยจะประหยัดภาษีเพิ่มอีก 5.9 หมื่นล้านบาท รวมประหยัดภาษีได้ 1.3 แสนล้านบาท ส่วนการนำเข้าจะประหยัดภาษีได้เพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 5.3 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันแก้ปัญหาและ อุปสรรคต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ 100%

กสม.พิจารณารับเรื่องร้องเรียน กรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมมาบตาพุด

Submitted by info on 08 ก.ย. 2010

นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ พิจารณาวาระเร่งด่วน กรณีเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบความถูกต้องในการออกประกาศประเภทโครงการหรือกิจการ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ตามมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จังหวัด ระยอง ผลการพิจารณาของ กสม. มีดังนี้

๑. กสม. เห็นว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อสิทธิบุคคล ชุมชน และสังคมไทยโดยรวม จึงพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วน มีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาร่วมกันแบบบูรณาการ มีประเด็นที่เชื่อมโยงกันหลายประเด็น ไม่ว่าเรื่องธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคม กระบวนการยุติธรรม ผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มคนที่อ่อนแอ เช่น เด็กทารก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้แรงงาน ผลกระทบต่อสิทธิชุมชน และสิ่งแวดล้อม

๒. กสม.เห็นว่าโจทย์ในการพิจารณาเบื้องต้น คือ การพิจารณาหาความจริงว่ามีเหตุผลใดที่ข้อเสนอของคณะกรรมการสี่ฝ่ายแก้ปัญหา มาบตาพุดที่ให้มี ๑๘ โครงการกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เหตุใดทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาตัดเหลือเพียง ๑๑ โครงการกิจการ

พาณิชย์เตรียมเซ็นพิธีสารอาเซียน-เกาหลี ดันส่งออกลาวพุ่ง‏

Submitted by info on 08 ก.ย. 2010

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้( 8 ก.ย.) มีมติเห็นชอบพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ในกรอบการค้าสินค้า ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในช่วงระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียนในเดือนตุลาคม นี้ ณ ประเทศเวียดนาม ผลจากความตกลงดังกล่าว จะทำให้ลาว สามารถเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าส่งออกจากสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้บัญชีรายการสินค้าอ่อนไหวสูง ใน อัตราร้อยละ 30 ขณะที่ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศลาวเสียภาษีอัตราร้อยละ 10 เท่านั้น ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน

“ความตกลงนี้ผ่านจะสร้างความสามารถในการแข่งขันและการรักษาส่วนแบ่งตลาดของ ไทยสำหรับสินค้าส่งออกภายใต้บัญชีสินค้าอ่อนไหวสูง ลาว ได้และทำให้ประเทศไทยมีความได้เปรียบสาธารณรัฐเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการส่งออกสินค้ายานยนต์ขนส่งบุคคลและสิ่งของ ซึ่งเป็นรายการสินค้าในบัญชีสินค้าอ่อนไหวสูงของ ลาว กว่า 40 รายการ ซึ่งในปีที่ผ่านมาไทยส่งออกยานยนต์ขนส่งบุคคลและสิ่งของไปยังลาว คิดเป็นมูลค่า 153 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่สาธารณรัฐเกาหลีมีการส่งออก เป็นมูลค่า 41.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ “นางพรทิวากล่าว

กรมการค้าตปท.ลังเลล้มประมูลมันเส้นฉาว เล็งรวบกองรวมระบายล็อตใหม่

Submitted by info on 07 ก.ย. 2010

นายมนัส สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศกำลังพิจารณาการระบายมันเส้น 7.4 หมื่นตันตามที่เป็นข่าว ว่า จะยืนยันให้เอกชนมาทำสัญญาหรือบอกเลิกการขายมันเส้นให้กับ 2 รายที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา เพราะต้องพิจารณาว่าจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่ และหากประมูลใหม่แล้วราคาจะต่ำกว่าที่ได้อนุมัติให้ขายแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่มีการฮั้ว ส่วนใครถือหุ้นไม่ใช่วิสัยที่ คต.ต้องตรวจสอบ มีการต่อรองราคาจนเป็นที่พอใจของ ครม. รัฐจะมีการระบายมันเส้นที่เหลืออีก 2.5 แสนตัน และอีก 2 แสนตันในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟต) ในเร็วๆ นี้ ตามมติ ครม.ให้ระบายสต๊อคภายในเดือนกันยายนนี้ หาก 7.4 หมื่นตันยกเลิกประมูลก็จะนำมาร่วมกับการระบายครั้งใหม่ กำลังขอนโยบายว่าจะใช้วิธีการระบายแบบใด

อนึ่ง ผู้เข้าประมูลมันเส้น 7 ราย ได้แก่ 1.ฟาร์มหนองลังกา 2.บริษัท เบโทรกรีน จำกัด 3.ไพรสะเดาฟาร์ม 4.ห้างหุ้นส่วนร่มโพธิ์ฟาร์มคอร์ปจำกัด 5.สุมิตรฟาร์ม 6.นายกิตติ เชาวดี (ประมูลในนามบุคคล) และ 7.พี เอส ซี สตาร์ โปรดักส์

นายกฯ ปัดเอื้อประโยชน์ปูนใหญ่-ปตท. พร้อมคุยภาคประชาชนปมมาบตาพุด

Submitted by info on 07 ก.ย. 2010

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ เพื่อคัดค้านกรณีศาลปกครองยกคำร้องว่าโครงการ/กิจการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตา พุด จ. ระยอง กว่า 70 โครงการไม่เข้าข่ายมีผลกระทบต่อชุมชนรุนแรง ภายหลังรัฐบาลออกประกาศกิจการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงจำนวน 11 ประเภท ว่า ความจริงถ้าติดใจอะไรก็สามารถมาพูดคุยกันได้ เข้าใจว่าภาคประชาชนไปเข้าใจว่าการที่ศาลยกคำร้องเป็นผลสืบเนื่องจากการออก ประกาศฯ ตามข้อสรุปของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ถ้ารัฐบาลประกาศตามข้อสรุปของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายจะไม่เป็นเช่นนี้ ซึ่งเมื่อตนตรวจสอบไปแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้ามหากรัฐบาลประกาศตามคณะกรรมการ 4 ฝ่ายจะมีโครงการหลุดไป 1 โครงการด้วยซ้ำ นี่เป็นคำยืนยันที่ชัดเจนเลยว่าเวลาเราดู เราไม่ได้ไปแก้ในลักษณะที่เอื้อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ดูตามเงื่อนไขที่เหมาะสมที่ปฏิบัติได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาคประชาชนระบุว่าจะชุมนุมปิดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในวันที่ 30 กันยายน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าจากวันนี้จนถึงวันนั้น ทุกหน่วยงานคงจะพยายามพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน อย่างไรก็ตามไม่ควรมีการชุมนุมเคลื่อนไหวในลักษณะที่ผิดกฎหมาย

สมประโยชน์ขายข้าว "ไตรรงค์" อุ้ม "พรทิวา" แบบเงียบ ๆ อย่างลับ ๆ

Submitted by info on 06 ก.ย. 2010

การขายข้าวจำนวน 1.6 ล้านตัน (ข้าวหอมปทุมธานี นาปี 2551/52 นาปรัง ปี 2552-ข้าวเหนียวขาว 10% นาปี 2551/52 นาปรัง ปี 2552-ข้าวขาว 5% นาปรัง ปี 2551 นาปี 2551/52 นาปรัง ปี 2552) ในสต๊อกรัฐบาล "แบบเงียบ ๆ อย่างลับ ๆ" ให้กับ ผู้ส่งออกเพียง 3 ราย ได้แก่ บริษัท นครหลวงค้าข้าว, บริษัท เอเชีย โกลเด้นไรซ์ และ บริษัท ข้าวไชยพร ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป

ท่ามกลางความสงสัยที่ว่า ทำไมนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ถึงได้ "อนุมัติ" ให้ความเห็นชอบในการขายข้าวครั้งนี้ ทั้ง ๆ ที่มีเรื่องไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง อาทิ 1) มีการอ้างคำสั่งของนายไตรรงค์ที่ว่า "ให้เป็นการดำเนินการในทางลับจนกว่าจะมีการขนย้ายข้าวสารออกจากคลังสินค้า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ" คำว่า "ดำเนินการในทางลับ" ดังกล่าว หมายถึงอะไรกันแน่ ระหว่างการเรียกผู้ส่งออกข้าวบางรายมาเสนอและ ต่อรองราคาแบบลับ ๆ ของคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร ชุดของนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ หรือการรับมอบข้าวและขนย้ายข้าวที่รัฐบาลขายอย่างลับ ๆ

ฟ้องล้มละลายเพรซิเดนท์เกรนไซโลถูกคำสั่งศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

Submitted by info on 06 ก.ย. 2010

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานการฟ้องล้มละลาย บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ 1 นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ จำเลยที่ 2 และบริษัทในเครือ ในข้อหาผิดนัดชำระหนี้ค่าข้าว ซึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่างปี 2548/49 คิดเป็นวงเงิน 25,345 ล้านบาท ว่าได้มีประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรื่องคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ออกเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2553

ในคดีแดง หมายเลขที่ ล.4268/2553 ศาลล้มละลายกลาง โดยธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ในฐานะโจทย์ได้ ยื่นฟ้องศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ ล้มละลาย และศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 25 มีนาคม 2553 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท เพรซิเดนท์ เกรนไซโล จำกัด หรือบริษัท สยามกสิกิจไซโล จำกัด ในฐานะลูกหนี้ เด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483

ดังนั้นนับตั้งแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและ ทรัพย์สินของ ลูกหนี้ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ ในคดีนี้จะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทย์หรือไม่ก็ตาม จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคู่ความ กรมบังคับคดี/ สำนักงานบังคับคดี ภายในกำหนดระยะ เวลา 2 เดือนนับจากวันลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา

Syndicate content