มาร์คลั่นแก้ปัญหามาบตาพิษตามหลักสากล ชี้มติ ครม.ไปไกลกว่าข้อตกลง 4 ฝ่าย เด็ก ปชป.บี้องค์กรภาคประชาชนรับคำตัดสินศาล "เอ็นจีโอ" เดินหน้าลุยต้านมติ 11 กิจการ กำหนดแผนเดินสายยื่นข้อเรียกร้อง นัด 10 ก.ย.ชุมนุมใหญ่เครือข่ายทั่วประเทศ นักวิชาการเสนอ 13 ข้อเสนอบรรเทาปัญหา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถึงมติคณะรัฐมนตรีในการออกประกาศ 11 กิจการที่มีผลกระทบรุนแรง ซึ่งไม่ตรงกับข้อสรุปของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่เสนอมา 18 กิจการว่า เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องการคิดเห็นต่างกัน หรือไม่ส่งเสริมสนับสนุนให้ดูแลสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และชุมชน แต่รัฐบาลไปไกลกว่านั้น คือว่าห้ามประกอบหรือทำกิจการเพิ่มเติม จึงไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาต หรือมาดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค สอง เช่น กรณีการสูบน้ำเกลือจากใต้ดิน
"ผมอยากให้ความมั่นใจว่าที่คณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาคำนึงถึงมาตรฐานสากล ได้ดูลงไปในรายละเอียดของเงื่อนไขและยึดตามเจตนารมณ์ที่สะท้อนออกมาเป็นความ ห่วงใยของพี่น้องประชาชนผ่านคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอยู่แล้ว และงานในเรื่องของการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องที่มาบตาพุดมีเรื่องต้องเร่ง ทำต่อไป คือการศึกษาขีดความสามารถในการรองรับอุตสาหกรรมในภาพรวม จนถึงโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณไป เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูล การเตือนภัย การป้องกัน ไปจนถึงเรื่องของโรงพยาบาล เรื่องของการกำจัดขยะ ซึ่งรัฐบาลจะได้เร่งรัดต่อไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว
- อ่านต่อ
- อ่านแล้ว 5


