ผู้จัดการ 360? รายสัปดาห์

มะเขือม่วง GM โครงการที่เป็นหมัน

Submitted by info on 30 เม.ย. 2010

ติฟาฮา มุกตาร์

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มะเขือม่วงที่ชาวอินเดียเรียกว่า Brinjal กลายเป็นประเด็นร้อนจนขึ้นพาดหัวข่าวไม่เว้นวัน ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงมะเขือม่วงล้นตลาด กองอวบอ้วนทั้งสีม่วงเข้มและเขียวอ่อนอยู่ทุกแผงผัก ราคาจึงดิ่งจากกิโลกรัมละ 20 กว่ารูปี ลงเหลือ 5 รูปี เป็นที่สำราญใจแก่บรรดาแม่บ้าน ส่วนมะเขือม่วงฝานแผ่นชุบแป้งทอด เมนูของว่างยามเย็นยอดฮิตก็ยังยืนราคาชิ้นละ 2 รูปีอยู่ไม่ต่างจาก 3-4 ปีก่อน แล้ว เหตุใดมะเขือม่วงจึงกลายเป็นเรื่องร้อน เป็นประเด็นวิวาทะกันระหว่างนักการเมือง นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เกษตรกรและนักวิทยาศาสตร์

สาเหตุคือมะเขือม่วง บีที ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการดัดแปลงทางพันธุกรรม (GM: Genetic Modification) ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบด้านพันธุวิศวกรรมของอินเดีย (GEAC: Genetic Engineering Approval Committee) ให้มีการปลูกเชิงพาณิชย์ ก่อให้เกิดการประท้วงจากหลายภาคส่วน จนทำให้รัฐมนตรีสหภาพดูแลงานด้านสิ่งแวดล้อม Jairam Ramesh เห็นควรให้เปิดการรับฟังสาธารณะเพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนการตัดสิน ใจอนุมัติอย่างเป็นทางการ และผลจากการรับฟังสาธารณะที่จัดขึ้น 7 รอบในรัฐต่างๆ ยังผลให้ราเมษ ประกาศระงับมะเขือม่วงบีทีเข้าสู่การเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กาแฟ: ตลาดเปิดกว้าง-การแข่งขันหนักหน่วง

Submitted by info on 02 ก.พ. 2010

กรณีที่ไทยจะต้องลดอัตราภาษีนำเข้าและยกเลิกมาตรการโควตาภาษีสินค้าเกษตรตามข้อ ตกลงการเปิดการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA จำนวนทั้งสิ้น 23 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป เมล็ดกาแฟและกาแฟสำเร็จรูปจัดเป็นสินค้าเกษตรที่จะต้องทำการลดอัตราภาษีนำ เข้าตามข้อตกลงดังกล่าวด้วย

โดยกาแฟสำเร็จรูปจะต้องทำการลดอัตราภาษีให้เหลือร้อยละ 0 ในขณะที่เมล็ดกาแฟจัดเป็นสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหวสูงจะยังคง อัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 5

ในปี 2552 ประเทศไทยผลิตเมล็ดกาแฟได้ประมาณ 56,315 ตัน ส่วนใหญ่ใช้แปรรูปเพื่อการบริโภคในประเทศถึงร้อยละ 89.0 ของปริมาณการผลิต หรือประมาณ 50,000 ตัน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 11.0 จะเป็นการส่งออกไปยังตลาดสำคัญในรูปของเมล็ดกาแฟ และแปรรูปเป็นกาแฟสำเร็จรูป

อย่างไรก็ดี ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟเพื่อบริโภคภายใน ประเทศมีประมาณ 68,000 ตัน ซึ่งผลผลิตที่ได้มีไม่เพียงพอกับความต้องการ ประเทศไทยจึงต้องมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศเพื่อรองรับความต้องการ ของผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งปริมาณการนำเข้าเมล็ดกาแฟในแต่ละปีมีไม่สูงนัก เนื่องจากจะต้องเสียภาษีนำเข้าสูง และผู้ที่นำเข้าจะต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการเท่านั้น

น้ำตาลไทย หลัง ASEAN ปรับลดภาษี

Submitted by info on 22 ม.ค. 2010

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากที่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนกำหนดให้ประเทศสมาชิกในกลุ่มต้องปรับ ลดภาษีนำเข้าสินค้าต่างๆ รวมทั้งน้ำตาลลงเหลือร้อยละ 0 ในวันที่ 1 มกราคม 2553

จะมียกเว้นบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าใหม่อันได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนามที่ขอเวลาปรับตัว โดยจะทยอยปรับลดภาษีน้ำตาลลงเป็นลำดับ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลของไทยต่อการเพิ่มโอกาสการ แข่งขันทางด้านการส่งออกน้ำตาลของไทยไปยังตลาดอาเซียนเป็นอย่างมาก

ที่ผ่านมาประเทศในกลุ่มอาเซียนยกเว้นไทย ส่วนใหญ่จะผลิตน้ำตาลได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการและจำเป็นต้องพึ่งพา การนำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศ ส่วนไทยนั้นนอกจากจะสามารถ ผลิตน้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศอย่างเพียงพอต่อความต้องการ แล้วยังมีน้ำตาลเหลือเพื่อการส่งออกถึงกว่าร้อยละ 70 ของปริมาณ ผลิตทั้งหมด ในจำนวนนั้นกว่าร้อยละ 37 เป็นการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน

แม้ว่าสินค้าน้ำตาลของไทยจะได้รับประโยชน์จากการปรับลดภาษีภายใต้ข้อ ตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน แต่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยก็ยังคงต้องพัฒนาการผลิตอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ การเพิ่มค่าความหวานของอ้อย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของน้ำตาลไทยให้สูงขึ้น

ทุนนอกเล็งสวมสิทธิ์อาฟต้ากว้านซื้อที่ดินไทย

Submitted by info on 14 ม.ค. 2010

แนะรัฐออกกฎหมายสกัด-แค่เช่าปั่นราคาขึ้น 15%

"ภาคเอกชน-นักวิชาการ" ประสานเสียงเตือนรัฐระวังเปิดการค้าเสรีภาคบริการในกรอบอาฟต้า เผย "สิงคโปร์-มาเลเซีย" เล็งกว้านซื้อที่ดินในไทย ชี้แม้กฎหมายห้ามต่างชาติซื้อที่ แต่การให้เช่าระยะยาว ก็สามารถปั่นราคาที่ดินได้ ระบุเปิดเสรีถือหุ้น 70% ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เข้ามาครอบครองที่ดินของไทย แนะออกกฎหมายป้องกันนอมินี ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ป้องกันต่างชาติฮุบแผ่นดินไทย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ยันแค่เช่าปั่นราคาขึ้นถึง 15%

ในการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนที่จะทวีความเข้มข้นในปีนี้ เพื่อปูทางไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะรวม 10 ประเทศสมาชิกให้เป็นตลาดเดียว เพื่อสร้างความเข็มแข็งในเวทีการค้าระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะเปิดเสรีในกลุ่มสินค้าเท่านั้น ในส่วนของการค้าภาคบริการก็จะค่อยๆทะยอยเปิดเสรีตามไปด้วย เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรี โดยการเปิดเสรีภาคบริการนี้ยังเป็นที่น่าเป็นห่วงของผุ้ประกอบการไทย เนื่องจากเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และถูกปกป้องโดยกฎหมายภายในประเทศมาโดยตลอด ต่างจากการค้าภาคปกติที่ได้รับรู้รสชาติของการแข่งขันในตลาดเสรีมายาวนานก ว่า

หวั่นต่างชาติ ทุ่มเงินปั่นราคาที่ดิน

แม้ข้อตกลงเปิดการค้าเสรีภาคบริการ จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการในประเทศมสมาชิกอาเซียน ขณะเดียวกันบางภาคธุรกิจบริการของไทยก็ยังขาดขีดความสามารถทางการแข่งขัน อันเรื่องมาจากเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และเงินทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปิดเขตการค้าเสรีได้

6 ยุทธศาสตร์รบ ชิงตลาดอาเซียน

Submitted by info on 03 ธ.ค. 2009

ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 3 ธ.ค. 52 - 1 ม.ค.53 เขตการค้าเสรีอาเซียนจะมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันเหลือ 0% และในปี 2558 การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสาระสำคัญคือ จะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และเคลื่อนย้ายทุนระหว่างกันอย่างเสรีกลายเป็นฐานการผลิต และอาเซียนทั้ง 10 ประเทศจะรวมตัวกันเป็นตลาดเดียวกัน

แม้จำนวนผู้บริโภคจะเพิ่มมากถึง 580 ล้านคน แต่ถามว่าไทยมีศักยภาพ ขีดความสามารถ และยุทธศาสตร์ในการช่วงชิงตลาดเหล่านี้มากน้อยสักแค่ไหน

ที่ผ่านมามีการจัดสัมมนาระดมความคิดหลายเวทีเพื่อเตรียมพร้อมในการ สร้างความเข้มแข็งให้กับนักธุรกิจไทยรับการแข่งขันในเวทีโลก เนื่องจากที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันอาจเรียกได้ว่าจากการที่ภาคการเมืองไทย อ่อนแอมาก ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไร้ทิศทาง และสูญเสียโอกาสในการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

ผลวิจัยพบโครงการรัฐก่อหนี้เกษตรกรเพียบแนะ1ล้านครัวเรือนปรับอาชีพหนี้ยากจน

Submitted by info on 13 พ.ย. 2009

ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 12 พ.ย. 52 - เปิดผลวิจัยหนี้สินเกษตรกร พบโครงการกองทุนหมู่บ้าน แปลงทรัพย์สินเป็นทุนฉุดเกษตรกรเป็นหนี้มากสุด เนะรัฐช่วยเกษตรกรไร้ที่ดิน และที่ดินทำกินน้อยกว่า 1 ล้านรายเปลี่ยนอาชีพหลีกหนีความยากจน พร้อมทั้งนำหลักเกษตรพอเพียงปรับปรุงที่ดินแก้ความยากจน ระบุ ปัญหาหลักมาจากความฟุ้มเฟ้อ เห่อปลุกพืชใหม่ ใช้สารเคมีตามโฆษณา ต้นเหตุของความจน จี้ผลิตปุ๋ย ยาฆ่าแมลงใช้เอง ลดต้นทุนการผลิต หนุนคุณภาพชีวิตเกษตรกรเติบโตยั่งยืน

ปัญหาความยากจนของเกษตรกร เป็นปัญหาที่หมักหมมมานานของสังคมไทยที่ทุกพรรคการเมืองต่างชูเป็นนโยบาย หลักในการหาเสียงเพื่อที่จะได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ขณะเดียวกัน แทบทุกรัฐบาลที่เข้ามาปกครองประเทศ ต่างก็แก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรแบบเฉพาะหน้า ปัดปัญหาให้ผ่านไปเป็นวันๆ เช่น การยกหนี้ให้กับเกษตรกร การจำนำราคา โดยไม่มีใครสนใจที่จะเข้ามาสางปัญหานี้อย่างขุดรากถอนโคน จึงทำให้หนี้สินใหม่เกิดขึ้นซ้ำซาก และเกษตรกรก็จนลงเรื่อยๆ

ตีแผ่กฎหมายลงทุน ดูดต่างชาติ-ฮุบที่ดิน

Submitted by info on 23 ก.ย. 2009

ผู้จัดการ 360? รายสัปดาห์ 17 กันยายน 2552 08:34 น.
แฉกลโกงเลี่ยงกฎหมายของคนต่างชาติ สมรู้ร่วมคิดคนไทยฮุบที่ดิน เผยมีหลากหลายรูปแบบทั้ง "นอมินี"บุคคลและนิติบุคคลแบบมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายที่ดิน " ผศ. อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์" ระบุเร่งรัดส่งเสริมลงทุน ดึงดูดทุนจากต่างชาติมาก กลายเป็น ปมปัญหาเปิดช่องให้ต่างชาติฮุบที่ดินได้ง่าย ขณะที่กฎหมายมีช่องโหว่และการตีความที่ขาดการคำนึงเจตนารมณ์ที่แท้จริง พร้อมแนะเจ้าพนักงานที่ดินติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

ต่างชาติฮุบ 25 จังหวัด ชาวนา - โบรกเกอร์แห่ขายที่

Submitted by info on 23 ก.ย. 2009

ผู้จัดการ 360? รายสัปดาห์ 17 ก.ย. 52

- พบนโยบายรัฐบาล-กม.เปิดช่องอื้อ
- ทุนใหญ่-นักการเมืองเอี่ยวผลประโยชน์
- นายหน้าหัวใสเปิดเว็บไซต์ล่อต่างชาติ
- บสท.-กรมบังคับคดี ช่องโหว่ฮุบได้พันไร่

"ต่างชาติมาให้ราคาที่ดินผม 3 เท่าผมก็ไม่ขาย ขายไปได้เงินมาก้อนเดียว แต่รายจ่ายเรามีประจำทุกเดือน ต่อไปเงินก้อนนี้หมด ผมจะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนรถบรรทุก รถเกี่ยวข้าว ทุกวันนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ผมปลูกข้าว 3 พันธุ์ มีข้าวหอมปทุมธานี พิษณุโลก และชัยนาท ข้าวหอมปทุมกับชัยนาทปลูกเสร็จผมเก็บไว้อย่างละ 100 ถัง ไว้กินเองเพราะคุณภาพดี ที่เหลือค่อยขาย"

สมุนไพรอันตราย วาระซ่อนเร้นของใคร

Submitted by info on 20 ก.พ. 2009

ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 19 ก.พ. 52
กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศให้พืชสมุนไพร 13 ชนิด ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก คึ่นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ตองตึง และหนอนตายหยาก เป็น “วัตถุอันตราย” ใครนำไปใช้ผลิตเพื่อขายเป็นสารกำจัดศัตรูพืช และควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ต้องไปจดทะเบียแจ้งกับทางราชการ มิฉะนั้น จะมีความผิดถึงขั้นติดคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท

สมุนไพรทั้ง 13 ชนิดนี้ เป็นอาหารและเป็นยา ที่คนไทยบริโภคกันมาตั้งแต่บรรพบุรษ จนถึงปัจจุบัน เมื่อประกาศฉบับนี้ บอกว่า เป็นวัตถุอันตราย ใครครอบครองไว้จะมีความผิด จึงเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่คนไทยส่วนใหญ่คงคิดไม่ออกว่า คนที่ออกประกาศนี้ออกมา ใช้อะไรคิด

แม้ กรมวิชาการเกษตรพยายามจะอธิบายว่า เจตนารมณ์ของประกาศ คือ เจตนาดี แต่มองอย่างไร ก็ไม่เห็นเจตนาดีที่ว่านั้น มีแต่ความเคลือบแคลงสงสัยว่า เบื้องหลังประกาศนี้มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า

โลกวันนี้ และในอนาคต ผู้คนจำนวนมากกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตหันไปหาทางเลือกที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สมุนไพรทั้ง 13 ชนิดนี้ นอกจากใช้เป็นอาหารและเป็นยาแล้ว ภูมิปัญญาไทยแต่โบราณยังคิดค้นเอาไปทำประโยชน์ในด้านการเกษตรด้วย ดังเช่น สะเดา ตะไคร้หอมที่ใช้ไล่แมลง

ประกาศฉบับนี้เอง ระบุชัดเจนว่า มุ่งควบคุม การนำไปใช้เป็นสารกำจัดศัตรพืชและควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

Syndicate content