ประชุมวิชาการเพื่อประโยชน์สาธารณะ-นโยบายพืชจีเอ็มโอและการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญายูปอพ 1991 กับผลกระทบต่อเกษตรรายย่อย ความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางอาหาร

1. หลักการและเหตุผลในการจัดประชุม

ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงเปิดเสรีการค้ากับสหภาพยุโรป โดยได้มีการเจราไปแล้ว 2 ครั้ง และจะมีการเจรจาเป็นครั้งที่ 3 ที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยมในต้นเดือนธันวาคม 2556 ที่จะถึงนี้ โดยในความตกลงครั้งนี้คาดว่ากลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญายูปอพ 1991 ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแรงกดดันของกลุ่มบริษัทเมล็ดพันธุ์ขนาดใหญ่ที่ผลักดันให้กระทรวงเกษตรของประเทศไทยแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2552 ซึ่งเป็นต้นแบบของกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชที่หลายประเทศนำไปปรับใช้ในการคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเพิ่มอำนาจผูกขาดของบริษัทเมล็ดพันธุ์แทนโดยอ้างว่าเป็นการดึงดูดนักลงทุนข้ามชาติให้เข้ามาลงทุนด้านเมล็ดพันธุ์ในประเทศไทยและรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ในขณะเดียวกัน บริษัทมอนซานโต้ซึ่งยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอของโลก กำลังผลักดันให้คณะรัฐมนตรีและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุญาตให้มีการปลูกทดลองข้าวโพดจีเอ็มโอ NK603 ที่ต้านทานสารเคมีปราบวัชพืชราวด์อั๊พ โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวร สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการทบทวนนโยบายเกี่ยวกับการปลูกพืชจีเอ็มโอของประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้

การเข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญายูปอพ 1991 และการอนุญาตให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดและปลูกพืชจีเอ็มโอในเชิงพาณิชย์ จะมีผลกระทบต่อเกษตรกร ชุมชนท้องถิ่น ประชาชนส่วนใหญ่ และต่อผลประโยชน์ของประเทศโดยรวม ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตรกรรม เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์และให้ความเห็น จะเป็กนระบวนการสำคัญในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ตลอดไปจนถึงการสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอันเป็นผลเนื่องมาจากความตกลงดังกล่าว

ด้วยความตระหนักในประเด็นดังกล่าวร่วมกัน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) และแผนงานขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงทางอาหารเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จึงได้ร่วมกันจัดให้มีการประชุมครั้งนี้ขึ้น

2. วัตถุประสงค์

  1. เผยแพร่เนื้อหาของความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบกับความหลากหลายทางชีวภาพ เช่นอนุสัญญายูปอพ 1991 และพิธีสารเสริมนาโงยา-กัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยความรับผิดและชดใช้ตามพิธีสารคาร์ตาเฮนาว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ

  2. วิเคราะห์ความตกลงการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป และนโยบายพืชจีเอ็มโอในประเด็นผลกระทบต่อพันธุ์พืชและทรัพยากรชีวภาพ เกษตรกรรายย่อย และความมั่นคงทางอาหารทั้งในเชิงผลประโยชน์และผลกระทบ

  3. วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนเพื่อหาท่าทีและจุดยืนของประเทศไทยต่ออนุสัญญายูปอพ 1991 และพิธีสารเสริมนาโงยา-กัวลาลัมเปอร์ และข้อเสนอในการเจรจาต่อรัฐบาลและประชาชนโดยทั่วไป

 

3. กลุ่มเป้าหมาย

  1.  กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่เกษตรกรรายย่อย และตัวแทนจากองค์กรชุมชน และองค์กรท้องถิ่นจากทั่วประเทศ

  2. หน่วยงานของรัฐ สถาบันวิชาการ องค์กรสาธารณประโยชน์ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

  3. สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมประชุม

 

4 .วันเวลาและสถานที่จัดประชุม

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2556

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

 

5. ผู้จัดการประชุม

  • มูลนิธิชีววิถี(BIOTHAI)

  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

  • สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

6 .เนื้อหาและกำหนดการประชุม

           

ภาคเช้า

เวลา

เนื้อหาและวิทยากร

08.0 - 08.30 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม

08.30 - 08.45 น.

อธิการบดี ม.หอการค้าไทย กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม

08.45 - 09.45 น.

การบรรยายเรื่อง พิธีสารเสริมนาโงยา-กัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยความรับผิดและชดใช้ตามพิธีสารคาร์ตาเฮนาว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ

คุณเพราพรรณ ทองส้ม นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ฝ่ายความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 - ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

09.45 - 10.00 น.

พักรับประทานของว่าง

10.00 - 12.30 น.

อภิปรายสถานการณ์และปัญหาพืชดัดแปลงพันธุกรรมในประเทศไทย

  • ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์ ชอุ่มพฤกษ์  คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี

  • ณัฐวิภา อิ้วสกุล กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • พ่อบุญส่ง มาตรขาว เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ยโสธร

 ดำเนินรายการโดย กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา

12.30 - 13.30 น.

รับประทานอาหารกลางวัน

ภาคบ่าย

13.30 - 15.00 น.

นำเสนองานวิจัยผลกระทบของการเจรจาเอฟทีเอไทยกับสหภาพยุโรปที่มีต่อพันธุ์พืชและทรัพยากรชีวภาพ

  • วิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2552  โดย รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์

  • การเข้าเป็นภาคียูปอฟ 1991 กับผลกระทบต่อสิทธิเกษตรกร การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์  ภายใต้กฎหมายไทยและความตกลงระหว่างประเทศ โดย ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล คณะนิติศาสตร์ ม.หอการค้าไทย

  • เปรียบเทียบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการลดภาษีแทนที่สิทธิจีเอสพีกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการยอมรับความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพของสหภาพยุโรป โดย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี

    • ให้ความเห็นเพิ่มเติม โดย รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ควรพจน์   Wollongong University ออสเตรเลีย

    • ดำเนินรายการ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

15.00 - 15.15 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

15.15 - 16.45 น.

อภิปรายเพิ่มเติมเพื่อประมวลข้อเสนอ และการเตรียมความพร้อมของภาคประชาชนต่อต่อการเจรจาเอฟทีเอไทยกับสหภาพยุโรป และกรณีพิธีสารเสริมนาโงยา-กัวลาลัมเปอร์

นำการอภิปรายโดย

  • คุณอุบล อยู่หว้า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก

  • คุณกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยามูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)