น่าผิดหวัง กระทรวงเกษตรแถลงอุ้ม 3 สารพิษ

เมื่อวานนี้ (18 เมษายน 2562) นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แถลงแผนปฏิบัติการจำกัดการใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ได้แก่พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต 

โดยกรมวิชาการเกษตรได้เสนอร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 5 ฉบับซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ทั้ง 6 มาตรการในการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน

สำหรับมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้กำหนดพืชที่ให้ใช้พาราควอต และไกลโฟเซต เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผลเท่านั้น ส่วนคลอร์ไพริฟอส ให้ใช้เฉพาะกำจัดแมลงในการปลูกไม้ดอก พืชไร่ และเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล รวมทั้งได้กำหนดพื้นที่ห้ามใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท ที่ใช้สารกำจัดวัชพืช เพื่อกำจัดวัชพืชข้างทางรถไฟ และข้างถนน กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย แต่ต้องมาขออนุญาตเพื่อใช้สารกำจัดวัชพืช ตามพื้นที่และปริมาณที่กำหนดโดยตรงต่อกรมวิชาการเกษตร 

มาตรการส่วนใหญ่เป็นการฝึกอบรม เช่น ฝึกอบรม เกษตรกรผู้ใช้ ผู้รับจ้างพ่น ผู้ขาย ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต และพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง 3 ชนิดต้องผ่านการอบรม และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย 

มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 240 คน ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อไปอบรมเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำนวน 2,000 คน เพื่อไปอบรมเกษตรกรอีกต่อหนึ่ง

ซึ่งวิทยากรที่ผ่านการอบรมทั้งหมดจะต้องไปอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรจำนวน 1.5 ล้านคนในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – กันยายน 2562 

สำหรับผู้รับจ้างพ่น จำนวน 50,000 คน กรมวิชาการเกษตรจะจัดอบรมระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม2562

คำแถลงของปลัดกระทรวงเกษตรฯ เห็นได้ชัดว่า กระทรวงเกษตรไม่ได้มีเป้าหมายในการยกเลิกการใช้สารพิษร้ายแรงแต่ประการใด ไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวของนายกฤษฎา บุญราช ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องการให้มีการยกเลิกภายในระยะเวลา 2 ปี

มาตรการที่เสนอไม่ได้จำกัดผู้ค้าสารพิษเลย เช่น ไม่มีมาตรการจำกัดปริมาณการนำเข้าสารพิษร้ายแรง ไม่มีมาตรการจำกัดสูตรหรือรูปแบบการนำเข้าสารพิษร้ายแรง ตัวอย่างเช่น ก่อนรัฐบาลจีนประกาศแบนพาราควอตในปี 2020 นั้น ได้ประกาศยุติการใช้พาราควอตในรูปแบบของเหลวทั้งหมด (ซึ่งคิดเป็นปริมาณการใช้พาราควอตทั้งหมดกว่า 80%) เป็นต้น

มิหนำซ้ำ มาตรการที่เสนอนี้ยังอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐ ช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท สามารถใช้สารพิษร้ายแรงที่มีความเสี่ยงสูงได้ ทั้งๆที่เป็นพื้นที่สาธารณะ และอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐเอง 

ในขณะที่ 50 กว่าประเทศทั่วโลก และประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มาเลเซีย ลาว กัมพูชา ล้วนแล้วแต่ประกาศแบนพาราควอต และบางประเทศได้สั่งห้ามนำเข้าไกลโฟเซตแล้ว แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้มีอำนาจในรัฐบาลปัจจุบัน กลับอุ้มบริษัทสารพิษ โดยไม่รับผิดชอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนเลย

น่าผิดหวังจริงๆ !

ลิงค์ข่าว
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/19947

https://tna.mcot.net/view/5cb825dde3f8e4037b8ff6b5

เนื้อหา: